### ตอนที่ 4 ###
รุ่งขึ้น ผมตื่นขึ้นมาเพราะเสียงแปลกๆ ดังอยู่ข้างหู พอสายตาปรับชินกับแสงสลัวของยามเช้าในห้องได้แล้ว ภาพที่เห็นก็คือ ลุงรอนกำลังนอนหงาย สอดมือหนุนไว้ที่ต้นคอ หันมายิ้มให้ผมอย่างสบายอารมณ์ ส่วนเจ้าหน่องนั้นกำลังนั่งยองๆ คล่อมส่วนกลางลำตัวของพ่อ และกำลังขย่มตัวขึ้นลงอย่างเมามัน
“ซีด... ตื่นแล้วหรือครับพี่พล อา...” มันยังมีแก่ใจทักผม ตาผมสว่างในทันที อดไม่ได้ต้องขยับตัวไปก้มดูใกล้ๆ เห็นควยขนาดเขื่องของลุงรอน ผลุบเข้าผลุบออกจากรูก้นของหน่องที่กำลังควบขับอย่างสนุกสนาน เสียงก้นของหน่องตีกับต้นขาของลุงรอนดังแป๊ะๆ ผมไม่รู้หรอกว่าเหตุการณ์นี้ดำเนินมานานเท่าไหร่แล้ว แต่ขณะที่กำลังก้มมองอย่างใกล้ชิดนั้นเอง ลุงรอนก็ถึงจุดสุดยอด น้ำแตกอัดใส่รูของหน่องทันที ส่วนหนึ่งไหลย้อนกลับออกมาเปียกเปรอะท่อนลำ เมื่อถูกแรงถูไถจากรูก้นของหน่องที่เร่งจังหวะขย่มอย่างเมามันยิ่งขึ้น ก็แตกเป็นครีมขาวฟ่อด
.. ลุงรอนเกร็งไปทั้งตัว แอ่นยกส่วนกลางลำตัวขึ้นสูง และร้องดังไม่เป็นภาษา จนเมื่อร่างของลุงรอนหยุดเกร็ง และควยท่อนใหญ่เริ่มอ่อนตัวลงแล้วนั่นแหละ เจ้าหน่องจึงหยุดควบ มันยิ้มกว้างให้ผมอย่างภาคภูมิใจในความสามารถของตัวเอง ก่อนจะโน้มตัวนอนทับร่างเปลือยของพ่อ แล้วก็จูบปากกันอย่างดูดดื่ม และแน่นอน คิวต่อไปก็คือผม
.. เจ้าตัวเล็กฟัดพ่อมันอยู่ชั่วครู่ก็ลุงมายืนคล่อมเอวผมแล้วค่อยๆ ทรุดตัวนั่งยองๆ ลง ผมจับควยตัวเองให้รอรับอยู่แล้ว ทุกอย่างจึงราบรื่นแบบผลุบหายไปมิดลำในจังหวะเดียว ผมเสียววูบด้วยความคับแน่นที่บดเบียดอยู่รอบลำควย เจ้าหน่องเรียนรู้ที่จะใช้เทคนิคขมิบรูก้นขณะขยับก้นขึ้นลงได้ดีอย่างเหลือเชื่อ เด็กคนนี้ทำให้ผมแปลกใจได้ตลอดเวลาเลยทีเดียว
“หน่องเก่งมั้ยครับ อูย...พี่พลครับ หน่องเก่งมั้ย ซีด” เจ้าตัวเล็กมองหน้าผมแล้วถามแบบนั้น
“เก่งจ๊ะเก่ง..ซีด...เก่งมาก...อย่าหยุดนะหน่องนะ อูย...” จากการควบขับที่เนิบๆ ช้าๆ ก็เริ่มเร็วและแรงขึ้น เจ้าตัวเล็กขย่มควยผมดังปั๊บๆๆ ความเสียวเริ่มก่อตัวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ไม่นาน ผมก็แทบทนไม่ไหว
“อา....ซีด..พี่ไม่ไหวแล้วหน่อง...” ผมส่งเสียงได้แค่นั้น ลุงรอนก็ขยับมาประกบปากกับผม แกสอดลิ้นลึกเข้าแล้วปาดป้ายไปทั่วโพรงปาก แว่วๆ เสียงเจ้าหน่องร้องดังๆ ว่า
“ออกเลยครับพี่ ออกเลย ออกในรูของหน่องเลย...” รสจูบอันแสนวิเศษของลุงรอน บวกกับแรงเสียวอันเกิดจากเจ้าหน่อง ซึ่งกำลังนั่งควบขย่มควยผมอยู่อย่างเมามัน มันเกินพอที่จะทำให้ผมถึงจุดสุดยอดแบบรุนแรงอีกครั้ง ............
.. วันนั้น บ้านหลังเล็กๆ ของเราอบอวนไปด้วยเสียงหัวเราะจากพ่อแม่ ลุงรอน ผมและเจ้าหน่อง แต่พอผ่านเที่ยงไป เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุยก็เริ่มแผ่วจางลง เนื่องเพราะใกล้เวลาที่พ่อจะต้องพาเจ้าหน่องไปส่งป้าแพรที่กรุงเทพฯ แล้วนั่นเอง โดยเฉพาะแม่นั้น ถึงกับน้ำตาไหลพรากขณะเก็บข้าวของเสื้อผ้าของหน่องลงกระเป๋า และเวลาเดินทางก็มาถึง
.. หลังจากร่ำลาแม่ของผมแล้ว เจ้าหน่องเดินมากอดผมไว้แน่น เขาร้องไห้สะอึกสะอื้นจนทำให้ผมกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่เหมือนกัน ผมถอดสร้อยทองหนักสองสลึงที่ซื้อไว้ห้อยพระออกแล้วคล้องคอให้หน่องเป็นที่ระลึก เราเกี่ยวก้อยสัญญากันเอาไว้ว่า จะเขียนจดหมายติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอ และหากมีโอกาส ผมจะลงไปเยี่ยมเขาที่ปักษ์ใต้ด้วย แต่นอกเหนือจากข่าวคราวทางจดหมายแล้ว ผมไม่ได้เจอหน่องอีกเลย จนอีกหลายปีให้หลัง ส่วนลุงรอนนั้น กลายเป็นแขกประจำของบ้านเราหลังจากนั้น และกลายเป็นคู่เย็ดของผมต่อจากนั้นอีกหลายปี จนเลิกลากันไปเมื่อผมมาเรียนต่อต่างประเทศ แม่ยืนร้องไห้ด้วยความอาลัย ส่วนผมโบกมืออยู่หน้าบ้านด้วยใจที่ไม่เป็นปกตินัก ขณะที่รถของพ่อ พาหน่องและลุงรอนห่างออกไป... .........................
.. บ้านสวนหลังที่แม่พาหน่องไปอยู่นั้น มีคนอยู่สี่คน คืออากง อาม่า แม่ แล้วก็หน่อง แม่เป็นลูกสาวคนเดียวของบ้าน ส่วนพี่และน้องชายของแม่ ซึ่งหน่องต้องเรียกเป็นจีนตามที่ถูกสอนว่า “ตัวแปะ” กับ “ซาเจ็ก” นั้น ต่างแยกย้ายออกไปมีครอบครัวของตัวเองหมดแล้ว คนที่หน่องต้องเรียกว่าตัวแปะนั้น หน่องไม่เคยเห็น เพราะลงไปทำงานทำการและมีครอบครัวอยู่ที่จังหวัดพังงา ส่วนซาเจ็กนั้น เป็นคนหนุ่มวัยยี่สิบหก มีภรรยาเป็นคนทรงเจ้า ซึ่งแม่บอกว่ามีรายได้ดีมาก ซาเจ็กจึงไม่ต้องทำงานทำการอะไรเป็นเรื่องเป็นราว วันๆ จึงมานั่งเล่นนอนเล่นอยู่ที่ร้านขายเครื่องมือเกษตรของอากง ซึ่งตั้งอยู่ในตัวจังหวัดอย่างสบายใจเฉิบ
.. หน่องเล่าว่า เขาไม่ได้สนิทสนมกับซาเจ็กของเขานักในช่วงเดือนแรกๆ แค่เห็นกันแค่ชั่วครู่ในวันแรกที่เขากับแม่เดินทางไปถึง เพราะซาเจ็กเป็นคนขับรถไปรับแม่ที่สถานี หน่องบอกว่า ซาเจ็กของเขาเป็นผู้ชายหน้าตาดี แต่งตัวดี ตัดผมสั้น ค่อนข้างจะเป็นคนผอม แม้หน่องจะถูกชะตาญาติหนุ่มของเขาคนนี้เอามากๆ แต่ด้วยความที่ต้องอยู่บ้านสวนกับแม่ ขณะที่ซาเจ็กอยู่ในเมือง จึงแทบจะไม่ได้พบกันอีกเลย จนอีกนานหลังจากนั้น แล้วความซุกซนก็ทำให้หน่องได้พบของเล่นใหม่อีกชิ้น นอกเหนือจากนก หนู ปู ปลาในสวนยาง นั่นก็คือ “สมพร”
.. เด็กวัยรุ่นชาวอีสานที่อากงจ้างเอาไว้คอยดูแลถากถางหญ้าในสวน เจ้าสมพรตัวดำคนนี้ อายุประมาณสิบหกปี หน่องบอกผมมาว่า รูปร่างหน้าตาไม่ได้มีความหล่อเหลาเจือปนอยู่เลย แต่เป็นคนซื่อๆ ออกจะทึ่ม ไม่ค่อยพูด อากงให้ทำอะไรก็มีแต่รับคำแล้วลงมือทำอย่างขยันขันแข็ง อากงจึงสงสาร และปลูกกระต๊อบเล็กๆ ให้อยู่ในสวนเลย แถมข้าวสารของแห้งต่างๆ ยังให้มาเบิกเอาจากอาม่าได้อีกด้วย ความซนของหน่องที่ว่า คือการหลบแม่ลงไปในสวนตอนเย็นย่ำ ทั้งที่แม่ห้ามนักหนาด้วยกลัวจะเจองูเงี้ยวเขี้ยวขอเข้า ซึ่งก็จริง เพราะหนนี้หน่องได้เจองูอีสานตัวโตดำมะเมื่อม แต่มันไม่ทันได้กัดหน่องหรอก เพราะไอ้ตัวเล็กเป็นฝ่ายจัดการรีดพิษซะจนงูยักษ์ตัวนั้นคอพับคออ่อนไปซะก่อนนะสิครับ เรื่องที่เจ้าหน่องเล่าให้ผมฟัง มันเป็นแบบนี้ครับ...
.. ที่เชิงสะพานไม้เก่าๆ ซึ่งสร้างเอาไว้ข้ามคลองนั้น มีตุ่มมังกรใบใหญ่ใส่น้ำคลองที่แกว่งสารส้มเอาไว้จนใส สมพรนุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียว นั่งอาบน้ำอยู่เงียบๆ หน่องเห็นจึงเกร่เข้าไปหาเพื่อพูดคุยแก้เหงาทันที แม้จะเป็นยามเย็นในสวนยาง ซึ่งค่อนข้างจะมืดครึ้มกว่าปกติ แต่แสงสุดท้ายของวันก็ยังคงมากพอที่จะทำให้หน่องเห็นเมื่อเข้าใกล้ว่า สมพรกำลังนั่งชักว่าวอยู่อย่างตั้งอกตั้งใจ ชนิดไม่ได้ยินเสียงเดินของหน่องที่มาหยุดอยู่ข้างหลังเลย
.. หน่องยืนมองการหาความสุขให้ตัวเองของสมพรอยู่ครู่ใหญ่ มือหยาบใหญ่ของเขากำรอบท่อนเนื้อเขื่องดำสนิท ที่โผล่ขึ้นมาจากรอยแหวกของผ้าขาวม้า แล้วรูดขึ้นลงเป็นจังหวะถี่ เสียงดับผับๆๆๆ ชัดเจน สบู่ที่เขาใช้เป็นเครื่องหล่อลื่นนั้น แตกเป็นฟองขาวฟ่อดลอดง่ามนิ้วออกมาเป็นครีมข้น ลำตัวของสมพรงุ้มงออย่างเสียวจัด หน่องรู้จากประสบการณ์ว่า สมพรกำลังจะถึงจุดสุดยอดแล้ว ภาพที่เห็น ทำให้หน่อง ซึ่งอดอยากปากแห้ง ไม่ได้เล่นควยมาเกือบเดือน ถึงกับน้ำลายสอออกมาเต็มปาก รูก้นสีชมพูเล็กๆ ของหน่อง ซึ่งเคยผ่านควยผู้ใหญ่มาแล้วถึงสองท่อน ถึงกับคันยิบขึ้นด้วยความอยากชนิดบรรยายไม่ถูก ทำให้หน่องตัดสินใจทันทีว่ายังไงเสีย วันนี้จะต้องจัดการกับควยขนาดมหึมาของสมพรคนซื่อผู้นี้ให้ได้
“พี่สมพร ทำอะไรน่ะ” หน่องตัดสินใจส่งเสียงขึ้น สมพรถึงกับสะดุ้งเฮือก ตวัดผ้าขาวม้าเปียกขึ้นคลุมท่อนควยตัวเองทันที แล้วหันมามองหน่องด้วยสีหน้าที่บรรยายไม่ถูก หน่องทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เดินไปนั่งลงข้างๆ สมพร แถมยังมองท่อนควยที่ยังคงแข็งตัวเป็นลำ อยู่ใต้ผ้าเปียกแบบไม่เกรงใจสมพรเสียด้วย
“ควยพี่สมพรใหญ่จัง ฉันดูดให้เอามั้ย” เจ้าตัวเล็กทักถามเอาดื้อๆ เล่นเอาสมพรถึงกับอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออกด้วยความตกใจ เขาปัดมือหน่องออกและลุกขึ้นยืนทันทีเมื่อเจ้าตัวเล็กเอื้อมเข้าไปจับ
“เอ๊ะ พี่สมพรนี่ เดี๋ยวฉันฟ้องอากงนะ”
.. เด็กที่เติบโตมาจากสังคมชนบทเล็กๆ ทางภาคอีสาน พอโตขึ้นหน่อยก็ต้องมาฝังชีวิตตัวเองไว้ในสวนยางทั้งวันทั้งคืนอย่างสมพรนั้น เรื่องที่หน่องปฏิบัติกับเขาเป็น เรื่องที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะมีอยู่ในโลกนี้ ในโลกของเขานั้น เรื่องทางเพศเป็นสิ่งน่าละอายไปหมดทั้งสิ้น อย่าว่าแต่การที่เด็กผู้ชายอย่างหน่องมาขอดูดควยเลย แม้กระทั่งการชักว่าวอย่างที่เขาชอบทำก่อนนอนนี่ก็เหมือนกัน เขาถือเป็นสิ่งผิด สิ่งที่น่าละอาย แต่ก็อดใจไม่ได้สักครั้ง เมื่อพลังหนุ่มในตัวต้องการการปลดเปลื้อง
.. เมื่อหน่องขู่ว่าจะฟ้องเจ้านายของเขาถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ความเชื่อที่ว่าจึงทำให้สมพรถึงกับหยุดยืนนิ่งอยู่กับที่ ควยที่ทอดตัวเป็นลำอยู่ใต้ผ้าขาวม้าเปียกแนบเนื้อนั้น แม้จะคล้อยลงต่ำเพราะความแข็งแกร่งเริ่มคลายลงเล็กน้อย แต่ขนาดของมัน ทั้งความอวบอ้วนและยาวใหญ่นั้น ทำให้หน่องซึ่งนั่งพิจารณาอยู่อย่างใกล้ชิดถึงกับต้องกลืนน้ำลาย และขณะที่สมพรกำลังลังเลว่าจะทำอย่างไรดีนั้น หน่องได้ขยับตัวมานั่งคุกเข่าเบื้องหน้าเขา แล้วเลิกผ้าขาวม้าออก
.. สมพรเสียววูบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเมื่อหน่องใช้มือถอกควยให้เขาเบาๆ โดยใช้สบู่ที่ยังคงเหลือค้างอยู่เป็นเครื่องหล่อลื่น มือของหน่องกำควยสมพรค่อนข้างแน่น เพราะเกรงว่าเด็กหนุ่มจะขยับตัวหนี แล้วจากนั้น ใบหน้าของหน่องก็ค่อยๆ โน้มเข้ามาหาแกนกลางลำตัวของสมพร ซึ่งคาดว่าคงจะยาวไม่ต่ำกว่าเก้านิ้วนั้นช้าๆ กลิ่นตัวของสมพรบวกกับกลิ่นสบู่ก้อนสีเขียวๆ นั้น รวมกันเป็นกลิ่นที่หน่องบรรยายไม่ถูก บอกได้แต่ว่ามันเป็นที่น่าตื่นเต้นเร้าใจ
.. เขาแลบลิ้นออกเลียส่วนหัวควยของสมพร ซึ่งเบ่งบานเป็นสีม่วงเข้มก่อน โดยเฉพาะส่วนที่เป็นเงี่ยงทั้งด้านบนและด้านล่างนั้น หน่องปรนเปรอสมพรด้วยลิ้นอย่างพิถีพิถันเป็นพิเศษ เล่นเอาสมพรยืนตัวงอด้วยความเสียวและส่งเสียงครางอู้ออกมา... แต่ด้วยความที่ยังเป็นเด็กหนุ่มไร้ประสบการณ์ของสมพร ทำให้รสสวาทระดับ “โหมโรง” ที่หน่องเพิ่งจะเริ่มบรรเลงให้เขานั้น กลายเป็นสิ่งที่สุดทน เจ้าหนุ่มน้อยจากที่ราบสูงกระตุกตัวพรืดไปด้านหลัง แล้วก็พ่นน้ำว่าวสีขาวข้นออกมาอย่างรุนแรงเป็นสายยาว สายแล้ว สายเล่า ขณะปากก็ส่งเสียงร้องเหมือนคนเจ็บหนัก
.. ใบหน้าหน่องเลอะเปรอะไปด้วยน้ำว่าวขาวข้นที่สมพรพ่นออกมาอย่างมากมาย หน่องรีบครอบปากลงบนหัวควยสมพรแล้วดูดแรงๆ สลับกับการกลืนกินน้ำว่าวลงท้อง ทั้งส่วนที่ยังพุ่งออกมาและส่วนที่เหลือค้างอยู่ในลำกล้องออกมาจนหมดสิ้น หน่องงุนงงกับอาการหลั่งเร็วจนเกินคาดของหนุ่มร่างล่ำคนนี้ แต่ยังไม่ทันคิดหรือพูดอะไร เขาก็ได้ยินเสียงแม่ ตะโกนเรียกเขาอยู่แว่วๆ เอาเถอะ วันนี้จะทำอะไรคงไม่สะดวก เพราะแม่มาตามแล้ว เขาคิดขณะใช้ชายผ้าขาวม้าของสมพรเช็ดคราบน้ำเมือกข้นๆ ออกจากใบหน้า
“พรุ่งนี้ ฉันจะมาหาอีกนะ” หน่องบอกแล้วก็วิ่งตื้อไปตามเสียงเรียกของแม่ ปล่อยให้เจ้าหนุ่มวัยรุ่นยืนตะลึงงั้น ไม่รู้ตัวว่า ควยขนาดเขื่อง เป็นมันเผล็บด้วยน้ำลายจะยื่นเหยียดยาวออกมานอกผ้าขาวม้า...
.. ตอนที่หน่องเห็นสมพรเป็นครั้งแรกเมื่อมาอยู่บ้านสวนใหม่ๆ นั้น เจ้าคนตัวดำไม่ได้เตะตา เรียกร้องความสนใจเจ้าหนูเลยแม้แต่น้อย แต่ในเมื่อได้เห็นควยขนาดมหึมาของเขาในเย็นวันนี้ ทำให้หน่องจัดการหมายหัวสมพรเอาไว้ในบัญชีสวาทของเขาทันที โดยชื่อนี้อยู่เป็นอันดับสองรองจากซาเจ็กของเขา รายซาเจ็กนั้น เมื่อไหร่จะมีโอกาสยังไม่รู้ แต่สำหรับสมพรแล้ว เจ้าหนูหมายมั่นปั้นมือว่า พรุ่งนี้ เขาจะลงมาจัดการกับควยยักษ์นั่นเสียให้สมอยาก เจ้าหน่องคิดเช่นนั้นโดยไม่รู้ว่า เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นพรุ่งนี้นั้นจะเปลี่ยนชีวิตของเขาและสมพรไปอย่างสิ้นเชิง...
วันพุธที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2554
เรื่องเสียว : หนอนน้อย ( ตอนที่ 3)
### ตอนที่ 3 ###
ชีวิตของหน่องช่วงเดือนแรกๆ ที่จังหวัดกระบี่ เป็นชีวิตที่หน่องบอกมาในจดหมายว่า “น่าเบื่อสุดๆ เลยพี่” ทั้งนี้เพราะป้าแพรพาเขาลงไปอย่างกระทันหัน เอกสารสำคัญต่างๆ ที่ทางโรงเรียนใหม่ต้องการ สำหรับการเข้าเรียนในชั้นประถมสี่แบบกลางเทอมของหน่อง จึงตกค้างอยู่ที่กรุงเทพฯ และทำให้หน่องต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บ้านสวนกับแม่และอากง อาม่า
“บ้านสวน” สำหรับหน่องนั้น แรกๆ ก็ดูเหมือนเป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจดี เพราะเป็นครั้งแรกที่เด็กที่เกิดและเติบโตในเมืองอย่างเขา ได้วิ่งเล่นอยู่ในแถวสวนยางร่มครึ้มยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตา มีต้นไม้ใหญ่น้อยให้ปีนป่าย มีแมลงและสัตว์แปลกๆ ให้เขาได้จับมาเล่น มีคูคลอง แม้กระทั่งลำธารใสแจ๋วให้เขาลงอาบ และจับปลาเล็กปลาน้อยมาใส่ขวดใส่อ่างเลี้ยงเต็มชานบ้าน
.. แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความเบื่อหน่ายก็เข้ามาแทนที่ เหตุเพราะเขาไม่มีเพื่อนเด็กรุ่นเดียวกันในละแวกนั้น และสองคือ หน่องคิดถึงลุงรอนและคิดถึงผม หรือจะพูดให้ถูกก็คือ เขาคิดถึงท่อนควยของเราสองคนที่เขาเคยดูดเคยเลีย หรือแม้กระทั่งเคยนั่งขย่มจนเราสองคนน้ำเงี่ยนแตกกระจาย คารูก้นของเขามาแล้วในคืนสุดท้ายก่อนที่เขาจะถูกเอาตัวลงมาปักษ์ใต้นี้...
.. คืนนั้น หลังจากที่ลุงรอนและหน่อง สองพ่อลูกจัดการผมด้วยการสลับผลัดเปลี่ยนกัน ดูดควยจนน้ำว่าวผมแตกกระฉูดแล้วนั้น สองพ่อลูกก็หันหน้าเข้าหากัน นั่งประกบปากบดบี้กันอย่างเอร็ดอร่อยเสียงจ๊วบๆ ดังลั่น
“พ่อคิดถึงหมาน้อยของพ่อเหลือเกิน” ลุงรอนพึมพัมแทรกกับเสียงหายใจแรงๆ
“หน่องก็คิดถึงพ่อครับ” เจ้าหน่องตอบรับ ขณะที่มือไม้วุ่นอยู่กับการแกะตะขอ รูดซิปกางเกงของพ่อ งัดเอาท่อนเนื้อขนาดเขื่องของลุงรอนออกมาข้างนอกได้สำเร็จ
.. ควยของลุงรอนเท่าที่ผมเห็น มันมีขนาดใหญ่กว่าของผมเล็กน้อย คือยาวประมาณเจ็ดนิ้วครึ่ง อวบกว่า และสีคล้ำกว่า ส่วนหัวสีชมพูเข้มนั้นบานก๋าและเต้นหงึกๆ อย่างพร้อมรบเต็มที่
.. ลุงรอนดันร่างเปลือยของลูกชายให้ยืนขึ้น แล้วครอบปากลงไปบนหัวควยอันน้อยที่ชี้ชันจนหายวับไปกับตา รวมถึงกระโปกสีชมพูเล็กๆ ที่เกร็งหดตัวอยู่ข้างใต้ด้วย การดูดควยให้หน่องนั้น ลุงรอนมีเทคนิคที่แปลกออกไปจากผม คือแทนที่จะอมตรงท่อนเนื้อแล้วขยับหัวขึ้นลง โดยเม้มปากและดูดเอาไว้ ลุงรอนกลับอมควยทั้งลำของหน่องเข้าไปในปากที่เม้มแน่น จากนั้นก็ขยับลิ้นบดบี้เน้นๆ ลงไปบนท่อนเนื้อของหน่อง รวมทั้งใช้วิธีขยับกล้ามเนื้อลำคอคล้ายๆ กับการขยอกกลืนอาหารประกอบไปด้วย
.. หน่องถึงกับตัวงอ ส่งเสียงครางด้วยความซ่านเสียว... สองมือประคองกอดหัวลุงรอนไว้แนบแน่น ผมนอนหงายมองภาพตรงหน้าได้พักเดียว ควยที่พับไปแล้วหลังจากเสร็จสมอารมณ์หมายเมื่อครู่ ก็กลับชี้ชันขึ้นมาใหม่ เจ้าหน่องหันหลังให้ผม ดังนั้นเมื่อมันก้มตัวลง ก้นกลมๆ สีชมพูของเขาจึงโดดเด่นอยู่ตรงหน้า ภาพที่เห็น ทำให้ผมอดใจไม่ได้ ต้องเอื้อมมือออกไปจับก้นที่แน่นหนันไปด้วยกล้ามเนื้อนุ่มๆ ของหน่อง แล้วคลึงมันเล่น รวมทั้งถูไถใบหน้าลงกับแก้มก้นของหน่องอย่างเสน่หา
.. พักหนึ่งผมก็ถ่างก้อนเนื้อนุ่มนั้นออกจากกัน แล้วแลบลิ้นออกมาเลียไล้ ลากลิ้นไปตามรอยแยก ผ่านจุดกระสันต์เล็กๆ สีชมพูของหน่องไปมา
“อูย พี่พล หน่องเสียวนะ อูย...เลียตูดหน่องแรงๆ สิครับ อูย...” เจ้าตัวเล็กครางอู้ แอ่นก้นจนโด่ง ก่อนจะเอื้อมมือทั้งสองมากุมก้นของตัวเองเอาไว้ แล้วรั้งถ่างให้มันแยกออกจากกัน เพื่อให้การใช้ลิ้นของผมเป็นไปอย่างง่ายดาย และถึงใจเขายิ่งขึ้น ผมเกร็งลิ้นจนแข็งแล้วสอดใส่ลงไปในรูเล็กๆ สีชมพูของหน่อง จนมันค่อยๆ ผ่านเข้าไปอย่างน้อยก็ครึ่งนิ้ว จากนั้นก็กระดิกลิ้นไปมาอยู่ข้างใน รวมทั้งแหย่เข้าๆ ออกๆ ด้วย
.. ผมปรนเปรอรสสวาทให้กับรูก้นของหน่องอย่างตั้งอกตั้งใจ แม้ลิ้นของผมจะชาแล้วชาอีกก็ตาม เรือนร่างของเด็กเก้าขวบสั่งระริก เจ้าหนูแหงนหน้า สูดปากเสียงดัง และหลับตาแน่น ขณะซึมซับความสุขจากปาก และลิ้นที่ชายสองวัยปรนเปรอให้เขาทั้งหน้าทั้งหลังอย่างเต็มที่
.. พักเดียวเจ้าหนูก็มีปฏิกริยาตอบรับผมกับพ่อเขา โดยการขยับสะโพกไปมา ก่อนจะเร่งจังหวะเร็วขึ้น เป็นการเย็ดปากพ่อที่อมควยของเขาอยู่ ขณะเดียวกันก็เป็นการกระดกก้นรับแรงเย็ดจากลิ้นของผม เสียงครางของเจ้าเด็กตัวน้อยดังขึ้นแบบกลั้นไม่อยู่ ขณะที่ฉีดน้ำว่าวขาวใส พุ่งใส่ปากลุงรอน ซึ่งกลืนลงท้องเสียงดักเอื๊อกให้ผมได้ยิน
.. ผมยังคงใช้ลิ้นเย็ดก้นของหน่องอีกชั่วครู่ รอจนร่างของเขาหยุดเกร็งกระตุกแล้วจึงถอนหน้าออกมาจากช่องสวาทน้อยๆ สีชมพูของเขา เจ้าตัวเล็กทรุดฮวบลงมากองอยู่บนตักผมทันทีหลังจากนั้น นี่คือการถึงจุดสุดยอดที่รุนแรงที่สุดอีกครั้งหนึ่งในชีวิตของเขา...
.. ถึงตอนนี้ ลุงรอน ซึ่งเป็นคนเดียวในกลุ่มที่ยังไม่ถึงจุดสุดยอด ได้ลุกขึ้นถอดกางเกงที่ค้างอยู่ตรงหัวเข่าออก จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ แล้วเอนตัวเข้ามาบดปากกับผม สลับกับของลูกชายอย่างรุนแรง ลิ้นของเราสามคนพันกันนัวเนีย แบ่งปันน้ำว่าวของเจ้าหน่องที่ค้างอยู่ในปากลุงรอนกินกันอย่างเอร็ดอร่อย ขณะที่มือขวาของลุงรอนนั้นกำลังกระตุกควยตัวเอง ซึ่งมีน้ำเงี่ยนปริ่มออกมาจนแฉะอย่างรุนแรง เสียงดังผับๆๆ
“อา...อูย...หน่องจ๋า พ่อจะออกแล้ว ออกแล้ว ออกแล้ว” ลุงรอนครางเสียงดัง พร้อมที่จะกระฉูดเต็มที่ โดยที่ไม่มีใครคาดคิด หน่องตะปบมือขวาของลุงรอนที่กำลังขยับขึ้นลง ตรงหว่างขาของตัวเองแล้วกดเอาไว้
“อะไรลูก” ลุงรอนลืมตาขึ้นมองหน่องแบบงงๆ
“คืนนี้ หนูอยากลองอะไรใหม่ๆ บ้างน่ะพ่อ”
“อะไร” ลุงรอนกับผมถามขึ้นเกือบพร้อมกัน
“หนูอยากให้พ่อเย็ดหนู” เจ้าหน่องตอบแบบเต็มปากเต็มคำ
.. ขณะที่ผมกับลุงรอนมองหน้ากันด้วยความคาดไม่ถึงนั้น เจ้าตัวเล็กลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปยังเปิดลิ้นชักที่โต๊ะหัวเตียงของผม หยิบเอาครีมหล่อลื่นหลอดสีน้ำเงินขาวของผมออกมายื่นให้
“หลอดนี้ใช่มั้ย” เจ้าตัวเล็กมันถามผม ซึ่งยังงงๆ อยู่กับความแสนรู้ของมัน มันรู้ได้ยังไงว่าผมมีครีมหล่อลื่นเก็บเอาไว้ หรือจะพูดให้ถูกก็คือ มันรู้ได้ยังไงว่าครีมหลอดนี้ ไม่ใช่ครีมทาแก้ผื่นคันอย่างที่ผมเคยบอกแม่เอาไว้
“หน่องอ่านตัวเค กับตัววายออกหรอกน่า” มันบอกเมื่อเห็นสีหน้าผม
“แล้วหน่องก็รู้มาตั้งนานแล้วว่า เควายเขาเอาไว้ใช้ทำอะไร” ผมมองหน้าลุงรอนอีกครั้ง เรายิ้มอย่างแปลกใจให้กันในความ “รู้มาก” ของเด็กวัยแค่เก้าขวบคนนี้
.. จากนั้นผมบีบครีมใส่มือ มองหน้าลุงรอนเหมือนขอคำปรึกษา เมื่อเห็นลุงรอนพยักหน้า ผมแล้วจัดการละเลงครีมลงไปบนท่อนลำของลุง ที่กำลังแข็งผงาดอย่างน่ากลัว ขนาดของมันเหนือมาตรฐานชายไทยทั่วไปที่ผมเคยเห็น ผมนึกเปรี้ยวปากอยากจะดูดมันสักจ๊วบ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้... ตอนนี้เป็นเวลาของหน่องเขา...
.. เมื่อควยของลุงรอนได้รับการหล่อลื่นดีแล้ว ผมก็หันมาจัดท่าให้เจ้าหน่อง โดยการให้เขานอนหงายแล้วก็ยกขาทั้งสองขึ้นสูง แล้วบอกให้เขาใช้มือจับขาพับตัวเองเอาไว้ ผมบีบครีมเนื้อใสอีกส่วนหนึ่งใส่บนนิ้วชี้ ทาที่รูก้นของหน่องรวมทั้งยัดใส่ลงไปในรูก้นของเขาด้วย
.. เราทั้งสามคนต่างตื่นเต้นจนแสดงออกนอกหน้า กับปฏิบัติการเด็ดพรมจรรย์ของหน่องที่กำลังจะเกิดขึ้นครั้งนี้ โดยเฉพาะเจ้าตัวเล็กนั้น ถึงกับส่ายก้นของมันอยู่ริกๆ รอคอยการถูกเปิดบริสุทธิ์อย่างตั้งอกตั้งใจ
.. ผมใช้นิ้วชี้ขยับเข้าออกเพื่อขยายกล้ามเนื้อรูก้นของเจ้าหน่องอยู่อีกครู่ใหญ่ จากนั้นก็เพิ่มนิ้วกลางเข้าไปอีกนิ้ว เพราะหากไม่มีการปรับตัวของกล้ามเนื้ออย่างเพียงพอแล้วล่ะก็ ควยขนาดเจ็ดนิ้วครึ่งของลุงรอน จะเป็นประสบการณ์ที่เลวร้าย ที่จะฝังใจเด็กตัวน้อยๆ อย่างหน่องไปอีกนานทีเดียว เพราะจากประสบการณ์ที่ผมเคยเจอ บอกได้เลยว่า กับควยขนาดของลุงรอนแบบนี้นั้น เจ้าหน่องจะต้องเจ็บแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน แม้จะมีการขยายกล้ามเนื้อเอาไว้ดีแล้วก็ตาม แถมยังจะทั้งจุกทั้งแน่นกับขนาดของมัน แต่ก็นั่นแหละ ควยขนาดใหญ่แบบนี้ หากผ่านขั้นตอนของการปรับกล้ามเนื้อไปแล้ว ที่เหลือก็คือความสุข ความเสียวซ่านชนิดท่วมท้นที่เจ้าหน่องจะได้รับนั่นเอง
.. เมื่อรู้สึกว่านิ้วทั้งสองของผมเริ่มผ่านเข้าออกรูก้นของเจ้าหน่องได้ง่ายขึ้น ผมรู้ว่าถึงเวลาแล้ว จึงบอกลุงรอนว่า
“เอาเลยครับลุง เจ้าหน่องมันพร้อมแล้วครับ” ลุงรอนขยับตัวขึ้นคล่อมร่างของลูกชาย ด้วยลีลาที่ผมเห็นว่าเงอะงะพอควร เจ้าหน่องซะอีกที่คล่องแคล่วถึงขนาดตวัดขาโอบเอวของพ่อเอาไว้ ผมมองกริยาลุงรอนแล้วอดไม่ได้ ต้องเอื้อมมือไปกำควยของลุงจ่อเข้ากับรูก้นของเจ้าหน่อง ที่มันแผล็บเพราะครีมหล่อลื่น จากนั้นลุงรอนก็เริ่มดันช้าๆ ทันทีที่ส่วนหัวขนาดเขื่องผลุบผ่านกล้ามเนื้อวงแหวน ของก้นเจ้าหน่องเข้าไปนั้น เจ้าตัวเล็กถึงกับร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เหงื่อแตกเป็นสายบนใบหน้า
.. ผมรีบบอกลุงรอนว่าอย่าขยับ พร้อมกับก้มหน้าลงไปปลอบหน่องว่าให้ผ่อนคลาย อย่าเกร็งตัวเอง และปล่อยให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นค่อยๆ ปรับขยายตัว ครู่หนึ่งผ่านไป ร่างเล็กๆ ของเจ้าหน่องซึ่งนอนหงายอยู่ใต้ร่างล่ำสันของลุงรอน จึงหยุดสั่น หยุดเกร็ง เจ้าหน่องเป่าลมหายใจออกจากปากเสียงดัง แล้วจึงพยักหน้าเป็นสัญญาณว่าพร้อมที่จะรับการเย็ดจากพ่อของมันอีกครั้งอีกครั้ง
.. ทันทีที่เห็น ลุงรอนดันควยเข้าไปในช่องสวาทของลูกชายสุดที่รักอีกครั้งทันที ช้าๆ แล้วก็หยุด แล้วก็เริ่มใหม่ช้าๆ ท่ามกลางเสียงหอบหายใจ และเสียงครวญครางของสองพ่อลูก
.. ครู่เดียว ท่อนเนื้อขนาดเจ็ดนิ้วครึ่ง ก็จมหายเข้าไปในก้นผุดผ่องของเจ้าหนูเก้าขวบจนหมดลำ แล้วจากนั้น ปฏิบัติการสุนทรระหว่างสองพ่อลูกก็เกิดขึ้น... อย่าช้าๆ เนิบนาบ
“อูย...หน่องจ๋า ลูกหมาน้อยของพ่อ พ่อมีความสุขเหลือเกิน”
“พ่อครับ หน่องก็เสียวครับ พ่อเย็ดหน่องแรงๆ สิครับ อูยๆ”
... เจ้าตัวเล็กซึ่งเพิ่งถูกเปิดบริสุทธิ์เป็นครั้งแรก นอนนิ่งหลับตาแน่นด้วยความเสียว ความเจ็บปวด และความสุขซ่านที่ประดังขึ้นมาพร้อมๆ กัน เขาส่งเสียงหายใจแรงและดัง ลุงรอนสอดมือเข้าไปใต้ร่างของหน่อง และกอดเจ้าตัวเล็กเอาไว้แน่น ท่านี้เท่ากับปล่อยน้ำหนักตัวทั้งหมดทับลงบนร่างเล็กๆ ข้างใต้ ขณะที่ส่วนสะโพกก็ขยับขึ้นลงเป็นจังหวะเนิบๆ ดึงท่อนเนื้อออกมาจนเกือบหมดลำ แล้วกดเข้าไปจนมิดอีกครั้ง เป็นเช่นนั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก...
.. ผมมองเรือนร่างสวยงามของสองพ่อลูก ที่เชื่อมติดกันด้วยแรงแห่งความรักและความใคร่อย่างเพลิดเพลิน ขณะมือก็รูดควยตัวเองเป็นจังหวะคลอตามไปด้วย แล้วลุงรอนก็สูญเสียการควบคุม แกส่งเสียงร้องแบบฟังไม่ได้ศัพย์ จากนั้นก็กระเด้าสะโพกอย่างรวดเร็วจนแทบมองไม่ทัน เสียงกระโปกฟาดกับง่ามก้นของเจ้าหน่องดังป๊าบๆ เป็นจังหวะถี่กระชั้น... และแล้ว...
“อ๊าก...พ่อออกแล้วลูก น้ำพ่อแตกแล้ว...อา...” ลุงรอนฉีดน้ำว่าวอัดเข้าไปในลำไส้ใหญ่ของลูกชายตัวเองเต็มที่ สายแล้วสายเล่า... เขาเกร็งตัว กระเด้าควยใส่ร่างของลูกชายอยู่อีกพักใหญ่ จึงพลิกตัวลงนอนหงายอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง เสียงควยหลุดจากรูดังผั๊วะ พร้อมกับน้ำว่าวสีขาวข้น ทะลักไหลตามออกมาเป็นจำนวนที่ผมต้องเรียกว่า “มหาศาล”
.. สองพ่อลูกนอนนิ่งเหมือนสลบ เพราะความเหน็ดเหนื่อยกับเกมรักดุดันที่เพิ่งผ่านพ้นไป แต่ควยของผมยังคงชี้ชันกับภาพความตื่นเต้นตรงหน้า มันแข็งจนผมรู้สึกเจ็บเลยทีเดียว นั่นทำให้ผมอดใจไม่ไหว ต้องก้มลงกระซิบกับหน่องว่า
“หน่องจ๋า พี่ขอเย็ดหน่องต่อได้มั้ย” เจ้าหน่องยิ้มตาหยี พร้อมทำท่าจะยกขาขึ้นอีกครั้ง แต่ผมกดเอาไว้
“เปลี่ยนท่ามั่งสิ” ผมบอก
.. ผมพลิกตัวหน่องให้นอนตะแคง แล้วยกขาที่อยู่ด้านบนขึ้นด้วยมือซ้าย ส่วนมือขวาผมจับควยจ่อตรงปากรูของหน่อง ซึ่งเปิดอ้าจนมองเห็นเนื้อในสีแดงสดใส ผมค่อยๆ โน้มตัวกดควยเข้าไปในรูที่เปิดรอผมอยู่นั้น ควยของผมทั้งลำผ่านเข้าไปในรูของหน่องได้อย่างสะดวก เพราะกล้ามเนื้อที่ขยายรอเอาไว้จากการเย็ดของลุงรอน บวกกับน้ำเงี่ยนที่ชุ่มทั้งข้างในและข้างนอก สวบเดียวมิดถึงโคน...
.. หน่องสูดปากอย่างเอร็ดอร่อยกับรสชาติแห่งการเย็ดของผม และนั่นทำให้ผมตัดสินใจเย็ดเจ้าหน่องแบบแรงๆ ทันที
“อูยๆๆ พี่พลครับ หน่องเสียวจัง...เย็ดหน่องแรงๆ ครับ แรงๆ อูย” มือขวาของผมยันพื้นบริเวณเหนือหัวของหน่อง มือซ้ายยังคงประคองขาของเขาเอาไว้ ส่วนก้นนั้นกระเด้าขึ้นลงชนิดเร็วที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ ผมกัดฟันแน่นขณะเสียงดังปั๊บๆๆๆ ดังก้องไปทั่วห้อง นึกดีใจที่ห้องของพ่อแม่อยู่ห่างออกไปอีกด้านหนึ่งของบ้าน...
.. ผมเย็ดหน่องได้ไม่ถึงสองนาที... ความอบอุ่นเร่าร้อนที่บดเบียดท่อนควยผมอยู่ก็ทำให้ผมทนไม่ไหวอีกต่อไป...
“อ๊าก...” ผมร้อง...ขณะอัดควยเข้าไปในตัวหน่องสุดแรงเป็นครั้งสุดท้าย แล้วปล่อยน้ำเงี่ยนเป็นสาย อัดเข้าไปในรูก้นของหน่องอย่างรุนแรง สายแล้วสายเล่า...
.. ผมแช่ควยเอาไว้ในรูหน่องอีกครู่หนึ่งจนร่างหายเกร็ง จึงพลิกตัวลงนอนหงายอยู่ตรงกลางระหว่างกลางสองพ่อลูา...
.. ลุงรอนขยับตัวเข้ามากอดผมก่อน จากนั้นเจ้าหน่องก็พลิกตัวตะแคงมากอดและหนุนแขนผม แล้วเราสามคนก็หลับไปอย่างแสนสุขในห้องเล็กๆ ที่ตลบไปด้วยกลิ่นคาวรักคละคลุ้ง...
ชีวิตของหน่องช่วงเดือนแรกๆ ที่จังหวัดกระบี่ เป็นชีวิตที่หน่องบอกมาในจดหมายว่า “น่าเบื่อสุดๆ เลยพี่” ทั้งนี้เพราะป้าแพรพาเขาลงไปอย่างกระทันหัน เอกสารสำคัญต่างๆ ที่ทางโรงเรียนใหม่ต้องการ สำหรับการเข้าเรียนในชั้นประถมสี่แบบกลางเทอมของหน่อง จึงตกค้างอยู่ที่กรุงเทพฯ และทำให้หน่องต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บ้านสวนกับแม่และอากง อาม่า
“บ้านสวน” สำหรับหน่องนั้น แรกๆ ก็ดูเหมือนเป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจดี เพราะเป็นครั้งแรกที่เด็กที่เกิดและเติบโตในเมืองอย่างเขา ได้วิ่งเล่นอยู่ในแถวสวนยางร่มครึ้มยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตา มีต้นไม้ใหญ่น้อยให้ปีนป่าย มีแมลงและสัตว์แปลกๆ ให้เขาได้จับมาเล่น มีคูคลอง แม้กระทั่งลำธารใสแจ๋วให้เขาลงอาบ และจับปลาเล็กปลาน้อยมาใส่ขวดใส่อ่างเลี้ยงเต็มชานบ้าน
.. แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความเบื่อหน่ายก็เข้ามาแทนที่ เหตุเพราะเขาไม่มีเพื่อนเด็กรุ่นเดียวกันในละแวกนั้น และสองคือ หน่องคิดถึงลุงรอนและคิดถึงผม หรือจะพูดให้ถูกก็คือ เขาคิดถึงท่อนควยของเราสองคนที่เขาเคยดูดเคยเลีย หรือแม้กระทั่งเคยนั่งขย่มจนเราสองคนน้ำเงี่ยนแตกกระจาย คารูก้นของเขามาแล้วในคืนสุดท้ายก่อนที่เขาจะถูกเอาตัวลงมาปักษ์ใต้นี้...
.. คืนนั้น หลังจากที่ลุงรอนและหน่อง สองพ่อลูกจัดการผมด้วยการสลับผลัดเปลี่ยนกัน ดูดควยจนน้ำว่าวผมแตกกระฉูดแล้วนั้น สองพ่อลูกก็หันหน้าเข้าหากัน นั่งประกบปากบดบี้กันอย่างเอร็ดอร่อยเสียงจ๊วบๆ ดังลั่น
“พ่อคิดถึงหมาน้อยของพ่อเหลือเกิน” ลุงรอนพึมพัมแทรกกับเสียงหายใจแรงๆ
“หน่องก็คิดถึงพ่อครับ” เจ้าหน่องตอบรับ ขณะที่มือไม้วุ่นอยู่กับการแกะตะขอ รูดซิปกางเกงของพ่อ งัดเอาท่อนเนื้อขนาดเขื่องของลุงรอนออกมาข้างนอกได้สำเร็จ
.. ควยของลุงรอนเท่าที่ผมเห็น มันมีขนาดใหญ่กว่าของผมเล็กน้อย คือยาวประมาณเจ็ดนิ้วครึ่ง อวบกว่า และสีคล้ำกว่า ส่วนหัวสีชมพูเข้มนั้นบานก๋าและเต้นหงึกๆ อย่างพร้อมรบเต็มที่
.. ลุงรอนดันร่างเปลือยของลูกชายให้ยืนขึ้น แล้วครอบปากลงไปบนหัวควยอันน้อยที่ชี้ชันจนหายวับไปกับตา รวมถึงกระโปกสีชมพูเล็กๆ ที่เกร็งหดตัวอยู่ข้างใต้ด้วย การดูดควยให้หน่องนั้น ลุงรอนมีเทคนิคที่แปลกออกไปจากผม คือแทนที่จะอมตรงท่อนเนื้อแล้วขยับหัวขึ้นลง โดยเม้มปากและดูดเอาไว้ ลุงรอนกลับอมควยทั้งลำของหน่องเข้าไปในปากที่เม้มแน่น จากนั้นก็ขยับลิ้นบดบี้เน้นๆ ลงไปบนท่อนเนื้อของหน่อง รวมทั้งใช้วิธีขยับกล้ามเนื้อลำคอคล้ายๆ กับการขยอกกลืนอาหารประกอบไปด้วย
.. หน่องถึงกับตัวงอ ส่งเสียงครางด้วยความซ่านเสียว... สองมือประคองกอดหัวลุงรอนไว้แนบแน่น ผมนอนหงายมองภาพตรงหน้าได้พักเดียว ควยที่พับไปแล้วหลังจากเสร็จสมอารมณ์หมายเมื่อครู่ ก็กลับชี้ชันขึ้นมาใหม่ เจ้าหน่องหันหลังให้ผม ดังนั้นเมื่อมันก้มตัวลง ก้นกลมๆ สีชมพูของเขาจึงโดดเด่นอยู่ตรงหน้า ภาพที่เห็น ทำให้ผมอดใจไม่ได้ ต้องเอื้อมมือออกไปจับก้นที่แน่นหนันไปด้วยกล้ามเนื้อนุ่มๆ ของหน่อง แล้วคลึงมันเล่น รวมทั้งถูไถใบหน้าลงกับแก้มก้นของหน่องอย่างเสน่หา
.. พักหนึ่งผมก็ถ่างก้อนเนื้อนุ่มนั้นออกจากกัน แล้วแลบลิ้นออกมาเลียไล้ ลากลิ้นไปตามรอยแยก ผ่านจุดกระสันต์เล็กๆ สีชมพูของหน่องไปมา
“อูย พี่พล หน่องเสียวนะ อูย...เลียตูดหน่องแรงๆ สิครับ อูย...” เจ้าตัวเล็กครางอู้ แอ่นก้นจนโด่ง ก่อนจะเอื้อมมือทั้งสองมากุมก้นของตัวเองเอาไว้ แล้วรั้งถ่างให้มันแยกออกจากกัน เพื่อให้การใช้ลิ้นของผมเป็นไปอย่างง่ายดาย และถึงใจเขายิ่งขึ้น ผมเกร็งลิ้นจนแข็งแล้วสอดใส่ลงไปในรูเล็กๆ สีชมพูของหน่อง จนมันค่อยๆ ผ่านเข้าไปอย่างน้อยก็ครึ่งนิ้ว จากนั้นก็กระดิกลิ้นไปมาอยู่ข้างใน รวมทั้งแหย่เข้าๆ ออกๆ ด้วย
.. ผมปรนเปรอรสสวาทให้กับรูก้นของหน่องอย่างตั้งอกตั้งใจ แม้ลิ้นของผมจะชาแล้วชาอีกก็ตาม เรือนร่างของเด็กเก้าขวบสั่งระริก เจ้าหนูแหงนหน้า สูดปากเสียงดัง และหลับตาแน่น ขณะซึมซับความสุขจากปาก และลิ้นที่ชายสองวัยปรนเปรอให้เขาทั้งหน้าทั้งหลังอย่างเต็มที่
.. พักเดียวเจ้าหนูก็มีปฏิกริยาตอบรับผมกับพ่อเขา โดยการขยับสะโพกไปมา ก่อนจะเร่งจังหวะเร็วขึ้น เป็นการเย็ดปากพ่อที่อมควยของเขาอยู่ ขณะเดียวกันก็เป็นการกระดกก้นรับแรงเย็ดจากลิ้นของผม เสียงครางของเจ้าเด็กตัวน้อยดังขึ้นแบบกลั้นไม่อยู่ ขณะที่ฉีดน้ำว่าวขาวใส พุ่งใส่ปากลุงรอน ซึ่งกลืนลงท้องเสียงดักเอื๊อกให้ผมได้ยิน
.. ผมยังคงใช้ลิ้นเย็ดก้นของหน่องอีกชั่วครู่ รอจนร่างของเขาหยุดเกร็งกระตุกแล้วจึงถอนหน้าออกมาจากช่องสวาทน้อยๆ สีชมพูของเขา เจ้าตัวเล็กทรุดฮวบลงมากองอยู่บนตักผมทันทีหลังจากนั้น นี่คือการถึงจุดสุดยอดที่รุนแรงที่สุดอีกครั้งหนึ่งในชีวิตของเขา...
.. ถึงตอนนี้ ลุงรอน ซึ่งเป็นคนเดียวในกลุ่มที่ยังไม่ถึงจุดสุดยอด ได้ลุกขึ้นถอดกางเกงที่ค้างอยู่ตรงหัวเข่าออก จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ แล้วเอนตัวเข้ามาบดปากกับผม สลับกับของลูกชายอย่างรุนแรง ลิ้นของเราสามคนพันกันนัวเนีย แบ่งปันน้ำว่าวของเจ้าหน่องที่ค้างอยู่ในปากลุงรอนกินกันอย่างเอร็ดอร่อย ขณะที่มือขวาของลุงรอนนั้นกำลังกระตุกควยตัวเอง ซึ่งมีน้ำเงี่ยนปริ่มออกมาจนแฉะอย่างรุนแรง เสียงดังผับๆๆ
“อา...อูย...หน่องจ๋า พ่อจะออกแล้ว ออกแล้ว ออกแล้ว” ลุงรอนครางเสียงดัง พร้อมที่จะกระฉูดเต็มที่ โดยที่ไม่มีใครคาดคิด หน่องตะปบมือขวาของลุงรอนที่กำลังขยับขึ้นลง ตรงหว่างขาของตัวเองแล้วกดเอาไว้
“อะไรลูก” ลุงรอนลืมตาขึ้นมองหน่องแบบงงๆ
“คืนนี้ หนูอยากลองอะไรใหม่ๆ บ้างน่ะพ่อ”
“อะไร” ลุงรอนกับผมถามขึ้นเกือบพร้อมกัน
“หนูอยากให้พ่อเย็ดหนู” เจ้าหน่องตอบแบบเต็มปากเต็มคำ
.. ขณะที่ผมกับลุงรอนมองหน้ากันด้วยความคาดไม่ถึงนั้น เจ้าตัวเล็กลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปยังเปิดลิ้นชักที่โต๊ะหัวเตียงของผม หยิบเอาครีมหล่อลื่นหลอดสีน้ำเงินขาวของผมออกมายื่นให้
“หลอดนี้ใช่มั้ย” เจ้าตัวเล็กมันถามผม ซึ่งยังงงๆ อยู่กับความแสนรู้ของมัน มันรู้ได้ยังไงว่าผมมีครีมหล่อลื่นเก็บเอาไว้ หรือจะพูดให้ถูกก็คือ มันรู้ได้ยังไงว่าครีมหลอดนี้ ไม่ใช่ครีมทาแก้ผื่นคันอย่างที่ผมเคยบอกแม่เอาไว้
“หน่องอ่านตัวเค กับตัววายออกหรอกน่า” มันบอกเมื่อเห็นสีหน้าผม
“แล้วหน่องก็รู้มาตั้งนานแล้วว่า เควายเขาเอาไว้ใช้ทำอะไร” ผมมองหน้าลุงรอนอีกครั้ง เรายิ้มอย่างแปลกใจให้กันในความ “รู้มาก” ของเด็กวัยแค่เก้าขวบคนนี้
.. จากนั้นผมบีบครีมใส่มือ มองหน้าลุงรอนเหมือนขอคำปรึกษา เมื่อเห็นลุงรอนพยักหน้า ผมแล้วจัดการละเลงครีมลงไปบนท่อนลำของลุง ที่กำลังแข็งผงาดอย่างน่ากลัว ขนาดของมันเหนือมาตรฐานชายไทยทั่วไปที่ผมเคยเห็น ผมนึกเปรี้ยวปากอยากจะดูดมันสักจ๊วบ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้... ตอนนี้เป็นเวลาของหน่องเขา...
.. เมื่อควยของลุงรอนได้รับการหล่อลื่นดีแล้ว ผมก็หันมาจัดท่าให้เจ้าหน่อง โดยการให้เขานอนหงายแล้วก็ยกขาทั้งสองขึ้นสูง แล้วบอกให้เขาใช้มือจับขาพับตัวเองเอาไว้ ผมบีบครีมเนื้อใสอีกส่วนหนึ่งใส่บนนิ้วชี้ ทาที่รูก้นของหน่องรวมทั้งยัดใส่ลงไปในรูก้นของเขาด้วย
.. เราทั้งสามคนต่างตื่นเต้นจนแสดงออกนอกหน้า กับปฏิบัติการเด็ดพรมจรรย์ของหน่องที่กำลังจะเกิดขึ้นครั้งนี้ โดยเฉพาะเจ้าตัวเล็กนั้น ถึงกับส่ายก้นของมันอยู่ริกๆ รอคอยการถูกเปิดบริสุทธิ์อย่างตั้งอกตั้งใจ
.. ผมใช้นิ้วชี้ขยับเข้าออกเพื่อขยายกล้ามเนื้อรูก้นของเจ้าหน่องอยู่อีกครู่ใหญ่ จากนั้นก็เพิ่มนิ้วกลางเข้าไปอีกนิ้ว เพราะหากไม่มีการปรับตัวของกล้ามเนื้ออย่างเพียงพอแล้วล่ะก็ ควยขนาดเจ็ดนิ้วครึ่งของลุงรอน จะเป็นประสบการณ์ที่เลวร้าย ที่จะฝังใจเด็กตัวน้อยๆ อย่างหน่องไปอีกนานทีเดียว เพราะจากประสบการณ์ที่ผมเคยเจอ บอกได้เลยว่า กับควยขนาดของลุงรอนแบบนี้นั้น เจ้าหน่องจะต้องเจ็บแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน แม้จะมีการขยายกล้ามเนื้อเอาไว้ดีแล้วก็ตาม แถมยังจะทั้งจุกทั้งแน่นกับขนาดของมัน แต่ก็นั่นแหละ ควยขนาดใหญ่แบบนี้ หากผ่านขั้นตอนของการปรับกล้ามเนื้อไปแล้ว ที่เหลือก็คือความสุข ความเสียวซ่านชนิดท่วมท้นที่เจ้าหน่องจะได้รับนั่นเอง
.. เมื่อรู้สึกว่านิ้วทั้งสองของผมเริ่มผ่านเข้าออกรูก้นของเจ้าหน่องได้ง่ายขึ้น ผมรู้ว่าถึงเวลาแล้ว จึงบอกลุงรอนว่า
“เอาเลยครับลุง เจ้าหน่องมันพร้อมแล้วครับ” ลุงรอนขยับตัวขึ้นคล่อมร่างของลูกชาย ด้วยลีลาที่ผมเห็นว่าเงอะงะพอควร เจ้าหน่องซะอีกที่คล่องแคล่วถึงขนาดตวัดขาโอบเอวของพ่อเอาไว้ ผมมองกริยาลุงรอนแล้วอดไม่ได้ ต้องเอื้อมมือไปกำควยของลุงจ่อเข้ากับรูก้นของเจ้าหน่อง ที่มันแผล็บเพราะครีมหล่อลื่น จากนั้นลุงรอนก็เริ่มดันช้าๆ ทันทีที่ส่วนหัวขนาดเขื่องผลุบผ่านกล้ามเนื้อวงแหวน ของก้นเจ้าหน่องเข้าไปนั้น เจ้าตัวเล็กถึงกับร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เหงื่อแตกเป็นสายบนใบหน้า
.. ผมรีบบอกลุงรอนว่าอย่าขยับ พร้อมกับก้มหน้าลงไปปลอบหน่องว่าให้ผ่อนคลาย อย่าเกร็งตัวเอง และปล่อยให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นค่อยๆ ปรับขยายตัว ครู่หนึ่งผ่านไป ร่างเล็กๆ ของเจ้าหน่องซึ่งนอนหงายอยู่ใต้ร่างล่ำสันของลุงรอน จึงหยุดสั่น หยุดเกร็ง เจ้าหน่องเป่าลมหายใจออกจากปากเสียงดัง แล้วจึงพยักหน้าเป็นสัญญาณว่าพร้อมที่จะรับการเย็ดจากพ่อของมันอีกครั้งอีกครั้ง
.. ทันทีที่เห็น ลุงรอนดันควยเข้าไปในช่องสวาทของลูกชายสุดที่รักอีกครั้งทันที ช้าๆ แล้วก็หยุด แล้วก็เริ่มใหม่ช้าๆ ท่ามกลางเสียงหอบหายใจ และเสียงครวญครางของสองพ่อลูก
.. ครู่เดียว ท่อนเนื้อขนาดเจ็ดนิ้วครึ่ง ก็จมหายเข้าไปในก้นผุดผ่องของเจ้าหนูเก้าขวบจนหมดลำ แล้วจากนั้น ปฏิบัติการสุนทรระหว่างสองพ่อลูกก็เกิดขึ้น... อย่าช้าๆ เนิบนาบ
“อูย...หน่องจ๋า ลูกหมาน้อยของพ่อ พ่อมีความสุขเหลือเกิน”
“พ่อครับ หน่องก็เสียวครับ พ่อเย็ดหน่องแรงๆ สิครับ อูยๆ”
... เจ้าตัวเล็กซึ่งเพิ่งถูกเปิดบริสุทธิ์เป็นครั้งแรก นอนนิ่งหลับตาแน่นด้วยความเสียว ความเจ็บปวด และความสุขซ่านที่ประดังขึ้นมาพร้อมๆ กัน เขาส่งเสียงหายใจแรงและดัง ลุงรอนสอดมือเข้าไปใต้ร่างของหน่อง และกอดเจ้าตัวเล็กเอาไว้แน่น ท่านี้เท่ากับปล่อยน้ำหนักตัวทั้งหมดทับลงบนร่างเล็กๆ ข้างใต้ ขณะที่ส่วนสะโพกก็ขยับขึ้นลงเป็นจังหวะเนิบๆ ดึงท่อนเนื้อออกมาจนเกือบหมดลำ แล้วกดเข้าไปจนมิดอีกครั้ง เป็นเช่นนั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก...
.. ผมมองเรือนร่างสวยงามของสองพ่อลูก ที่เชื่อมติดกันด้วยแรงแห่งความรักและความใคร่อย่างเพลิดเพลิน ขณะมือก็รูดควยตัวเองเป็นจังหวะคลอตามไปด้วย แล้วลุงรอนก็สูญเสียการควบคุม แกส่งเสียงร้องแบบฟังไม่ได้ศัพย์ จากนั้นก็กระเด้าสะโพกอย่างรวดเร็วจนแทบมองไม่ทัน เสียงกระโปกฟาดกับง่ามก้นของเจ้าหน่องดังป๊าบๆ เป็นจังหวะถี่กระชั้น... และแล้ว...
“อ๊าก...พ่อออกแล้วลูก น้ำพ่อแตกแล้ว...อา...” ลุงรอนฉีดน้ำว่าวอัดเข้าไปในลำไส้ใหญ่ของลูกชายตัวเองเต็มที่ สายแล้วสายเล่า... เขาเกร็งตัว กระเด้าควยใส่ร่างของลูกชายอยู่อีกพักใหญ่ จึงพลิกตัวลงนอนหงายอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง เสียงควยหลุดจากรูดังผั๊วะ พร้อมกับน้ำว่าวสีขาวข้น ทะลักไหลตามออกมาเป็นจำนวนที่ผมต้องเรียกว่า “มหาศาล”
.. สองพ่อลูกนอนนิ่งเหมือนสลบ เพราะความเหน็ดเหนื่อยกับเกมรักดุดันที่เพิ่งผ่านพ้นไป แต่ควยของผมยังคงชี้ชันกับภาพความตื่นเต้นตรงหน้า มันแข็งจนผมรู้สึกเจ็บเลยทีเดียว นั่นทำให้ผมอดใจไม่ไหว ต้องก้มลงกระซิบกับหน่องว่า
“หน่องจ๋า พี่ขอเย็ดหน่องต่อได้มั้ย” เจ้าหน่องยิ้มตาหยี พร้อมทำท่าจะยกขาขึ้นอีกครั้ง แต่ผมกดเอาไว้
“เปลี่ยนท่ามั่งสิ” ผมบอก
.. ผมพลิกตัวหน่องให้นอนตะแคง แล้วยกขาที่อยู่ด้านบนขึ้นด้วยมือซ้าย ส่วนมือขวาผมจับควยจ่อตรงปากรูของหน่อง ซึ่งเปิดอ้าจนมองเห็นเนื้อในสีแดงสดใส ผมค่อยๆ โน้มตัวกดควยเข้าไปในรูที่เปิดรอผมอยู่นั้น ควยของผมทั้งลำผ่านเข้าไปในรูของหน่องได้อย่างสะดวก เพราะกล้ามเนื้อที่ขยายรอเอาไว้จากการเย็ดของลุงรอน บวกกับน้ำเงี่ยนที่ชุ่มทั้งข้างในและข้างนอก สวบเดียวมิดถึงโคน...
.. หน่องสูดปากอย่างเอร็ดอร่อยกับรสชาติแห่งการเย็ดของผม และนั่นทำให้ผมตัดสินใจเย็ดเจ้าหน่องแบบแรงๆ ทันที
“อูยๆๆ พี่พลครับ หน่องเสียวจัง...เย็ดหน่องแรงๆ ครับ แรงๆ อูย” มือขวาของผมยันพื้นบริเวณเหนือหัวของหน่อง มือซ้ายยังคงประคองขาของเขาเอาไว้ ส่วนก้นนั้นกระเด้าขึ้นลงชนิดเร็วที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ ผมกัดฟันแน่นขณะเสียงดังปั๊บๆๆๆ ดังก้องไปทั่วห้อง นึกดีใจที่ห้องของพ่อแม่อยู่ห่างออกไปอีกด้านหนึ่งของบ้าน...
.. ผมเย็ดหน่องได้ไม่ถึงสองนาที... ความอบอุ่นเร่าร้อนที่บดเบียดท่อนควยผมอยู่ก็ทำให้ผมทนไม่ไหวอีกต่อไป...
“อ๊าก...” ผมร้อง...ขณะอัดควยเข้าไปในตัวหน่องสุดแรงเป็นครั้งสุดท้าย แล้วปล่อยน้ำเงี่ยนเป็นสาย อัดเข้าไปในรูก้นของหน่องอย่างรุนแรง สายแล้วสายเล่า...
.. ผมแช่ควยเอาไว้ในรูหน่องอีกครู่หนึ่งจนร่างหายเกร็ง จึงพลิกตัวลงนอนหงายอยู่ตรงกลางระหว่างกลางสองพ่อลูา...
.. ลุงรอนขยับตัวเข้ามากอดผมก่อน จากนั้นเจ้าหน่องก็พลิกตัวตะแคงมากอดและหนุนแขนผม แล้วเราสามคนก็หลับไปอย่างแสนสุขในห้องเล็กๆ ที่ตลบไปด้วยกลิ่นคาวรักคละคลุ้ง...
เรื่องเสียว : หนอนน้อย ( ตอนที่ 2)
### ตอนที่ 2 ###
เช้านั้นเป็นเช้าวันศุกร์ กว่าผมจะลุกจากเตียงขึ้นล้างหน้าแปรงฟันได้ก็ปาเข้าไปเกือบๆ สิบโมงเช้า เพราะเมื่อคืนกว่าจะหลับลงได้ก็ตอนที่ไก่มันเริ่มขันกันแล้ว ที่จริง สิบโมงเช้าน่ะ สำหรับผมแล้วไม่ถือว่าสายหรอกครับ เพราะสมัยเรียนรามฯ เคยตื่นเที่ยงซะด้วยซ้ำถ้าไม่มีเรียนเช้า แต่สำหรับชีวิตที่บ้านเล็กๆ ของผมหลังนี้ ถือว่าผิดปกติชนิดที่แม่ทักทันทีที่ผมโผล่หน้าเข้าไปในครัว
“ทำไมตื่นสายนักล่ะ เมื่อคืนเล่นกับน้องจนดึกล่ะสิ” ผมยิ้มให้แม่ขณะกดน้ำร้อนใส่ถ้วยกาแฟ
.. ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนระหว่างผมกับหน่องปรากฎวูบขึ้นมาในสมองตามคำแม่ แม่ทายถูกเผงที่ว่าผมกับหน่องเล่นกันจนดึก แต่แม่ต้องคิดไม่ถึงเด็ดขาดว่าเราเล่นอะไรกัน
.. แม่ผมเป็นแม่บ้านประเภทที่คนเดี๋ยวนี้เติมสร้อยให้ว่า “สมัยเก่า” เพราะดูแม่จะมีความสุขกับการอยู่บ้านปรนนิบัติลูกผัวเต็มที่ เช้านี้ก็เหมือนกัน อาหารเช้า ข้าวต้มพร้อมกับเต็มโต๊ะรอผมอยู่แล้ว
“พ่อบอกว่าวันนี้ให้พลไปรับหน่องกลับจากโรงเรียนด้วย เพราะพ่อเขาจะเลยเข้ากรุงเทพฯ กว่าจะกลับก็คงมืดค่ำ”
.. ตั้งแต่หน่องถูกรับมาอยู่กับครอบครัวเราเกือบๆ สามเดือนมาแล้วนั่น พ่อผมเหมือนมีลูกอ่อนให้คอยดูแล พ่อผมเป็นน้องชายแท้ๆ ของลุงรอน และมีกันแค่สองคนพี่น้อง จึงรักกันมาก มากจนความรักนั้นเหลือเผื่อแผ่มาถึงเจ้าหน่องด้วย พ่อทำหน้าที่ทั้งรับและส่งหน่องไปโรงเรียนทุกวัน และนี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่ผมกลับมาอยู่บ้านที่พ่อผลักธุระนั้นให้ผม
“พ่อเข้ากรุงเทพฯ ทำไมแม่” ผมถามขณะตักข้าวต้มเข้าปาก
“ก็เรื่องพ่อแม่เจ้าหน่องนั่นแหละ” แม่บอก
“เห็นว่าตกลงกันได้แล้ว คือพี่รอนเขายอมหย่า แล้วก็จะยกหน่องให้แพรเลี้ยง ไม่ต้องขึ้นศาลอะไรกันให้เรื่องมากแล้ว”
“อ้าว ทำไมลุงรอนเกิดยอมง่ายๆ ล่ะแม่ ก็เห็นแย่งกันจะเป็นจะตาย” แม่ผมส่งเสียงถอนใจดังเฮือก แล้วบอกว่า
“เพราะพี่รอนเขาเป็นข้าราชการ มีประวัติฟ้องร้องอื้อฉาวแบบนี้มันไม่ดี เห็นพ่อบอกว่า แพรจะเอาหน่องกลับไปอยู่บ้านเขาที่ปักษ์ใต้เลย พ่อเขาจะขึ้นไปฟังรายละเอียดเรื่องนี้แหละ”
.. ผมแทบสำลักข้าวต้มเมื่อได้ยินแม่บอกว่าเจ้าหน่องจะถูกเอาตัวไปอยู่ที่จังหวัดบ้านเกิดของป้าแพรที่ปักษ์ใต้ ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ผมคงรู้สึกเฉยๆ ติดจะสบายใจซะอีก เพราะจะได้ครองห้องคนเดียวเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา แต่เหตุการณ์เมื่อคืน มันเชื่อมผมกับหน่องให้ผูกพันกันแน่นหนาขึ้นจนยากที่ผมจะรับได้ง่ายๆ
.. แม่ผมยังบ่นถึงเรื่องของลุงรอนกับป้าแพรอีกยาวเหยียด ผมฟังบ้างไม่ฟังบ้าง เพราะใจมัวแต่ครุ่นคิดเรื่องเจ้าหน่อง แว่วๆ แม่บอกว่าพ่อเคยเตือนลุงรอนแล้วว่าอย่าแต่งงานกับป้าแพร เพราะอายุห่างกันถึง 18 ปี สรุปแล้ว แม่คิดว่าเรื่องหย่าร้างนั้นเกิดขึ้นเพราะความแตกต่างของอายุ ซึ่งเป็นคนละเรื่องเลยกับสาเหตุแท้จริงที่ผมรู้จากหน่องเมื่อคืน
.. วันนั้นผมครุ่นคิดเรื่องนี้ทั้งวัน แม้กระทั่งขณะนั่งสอบสัมภาษณ์งานที่แบงค์... ซึ่งจนถึงตอนนี้ ผมยังไม่รู้เลยว่าได้งานนั้นมายังไง... อาจจะเป็นเพราะผมคิดถึงแต่หน่อง และเหตุการณ์เมื่อคืนตลอดทั้งวันก็เป็นได้ ที่ทำให้อวัยวะของผมแข็งตัวขึ้น ทันทีที่ผมเห็นเขาในชุดนักเรียนยืนรออยู่ที่ประตูโรงเรียนในบ่ายวันนั้น
.. เจ้าหนูวิ่งหัวซุนมากอดผมด้วยอาการที่บ่งชัดว่าดีใจมาก และอาการกอดนั้น เจ้าหนูเจตนางอตัว ซบหน้ากับท่อนเนื้อในกางเกงของผมพอดิบพอดี และเหมือนแกล้ง เจ้าหนูสูดหายใจลึก สูดกลิ่นจากกลางลำตัวของผมเข้าไปเต็มปอด ก่อนจะส่ายและยีหน้าลงไปตรงบริเวณท่อนลำของผมแรงๆ อีกหลายครั้ง เล่นเอาผมถึงกับตัวงอด้วยความเสียว และเกรงสายตาผู้คนจำนวนมากที่อยู่แถวนั้น นี่ล่ะครับ เจ้าหน่องของผม
.. หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนแล้ว ดูเหมือนว่าเขาไม่เก็บงำความก๋ากั่นและเก่งกาจในเรื่องเพศเอาไว้เลย... นึกแล้วก็ให้ประหลาดใจ สมัยผมอายุเก้าขวบนั้น ของเล่นโปรดคือตุ๊กตายอดมนุษย์ทั้งหลายที่แม่ยังเก็บใส่ลังไว้ในห้องเก็บของ แต่สำหรับหน่องแล้ว ของเล่นโปรดของเขาดูเหมือนจะเป็นท่อนเนื้อขนาดเจ็ดนิ้วของผมนี่เอง
.. เรารอเพียงไม่กี่นาที รถเมล์สายที่ผ่านบ้านผมก็มาถึง ช่วงนั้นรถแน่นพอสมควรเพราะเป็นเวลาโรงเรียนเลิก แต่ก็มีคนลุกให้เจ้าหน่องนั่งทันที ผมยิ้มให้ชายคนนั้นอย่างขอบคุณ นึกเปรียบเทียบกับน้ำใจคนกรุงเทพฯ กับคนที่นี่ แม้จะห่างกันแค่ขับรถไม่กี่ชั่วโมง แต่น้ำใจผู้คนนั้นห่างกันไกลนัก แต่สิ่งที่เหมือนกรุงเทพฯ เข้าไปทุกทีก็คือการจราจรที่นับวันจะหนืดมากขึ้น
.. เกือบสิบนาทีผ่านไปโดยที่รถเมล์เคลื่อนที่ห่างจากเดิมเพียงแค่ไม่กี่เมตร เหงื่อผมชักหยดด้วยความร้อนอบอ้าว หน่องคงสงสาร จึงดึงแขนผมให้นั่งลงโดยตัวเขาลุกขึ้นมานั่งตักผมแทน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความตื่นเต้นที่สุดในชีวิตของผมอีกครั้ง เมื่อคืน ผมมีประสบการณ์เสียวกับเด็กเก้าขวบไปแล้วเป็นครั้งแรกในชีวิต และสิ่งที่ผมกำลังจะบอกคุณๆ อยู่ในตอนนี้คือ ประสบการณ์เสียวกับเด็กเก้าขวบบนรถเมล์ที่มีคนแน่นจนล้นเป็นครั้งแรกในชีวิต
.. ที่จริงแล้ว ผมก็เคยมีเซ็กซ์บนรถทัวร์กรุงเทพฯ-เชียงใหม่มาแล้วครั้งหนึ่ง กับเพื่อนมาดแมนที่เป็นนักกีฬาตระกร้อทีมมหาวิทยาลัย มันกดหัวผมลงไปดูดควยให้มันขณะที่ (คิดว่า) คนในรถหลับกันหมดแล้ว ครั้งนั้นผมคิดว่าเป็นเซ็กซ์ที่ตื่นเต้นที่สุดในชีวิตแล้ว แต่ถ้าเทียบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหน่องแล้วล่ะก็... เทียบไม่ติดฝุ่นเลยครับ
.. เริ่มต้นจากการที่หน่องส่ายก้นของเขาเบาๆ วนเป็นวงอยู่บนตักของผม ท่อนเนื้อของผมเริ่มผงาดรับแรงถูนั้นทันทีจนผมรู้สึกอึดอัด จากนั้นไอ้ตัวเล็กมันยกกระเป๋านักเรียนสีดำใบโตของมันขึ้นมาวางบนตัก เท่านั้นเอง มือขวาของผมที่เกาะเอวเขาอยู่ ก็เริ่มเลื้อยเข้าไปใต้กระเป๋าใบนั้นอย่างรู้งาน และความหาซิปกางเกงขาสั้นสีกากีของหน่องจนเจอ ก่อนจะรูดลงช้าๆ
..อผมเหลือบมองผู้ชายคนที่นั่งด้านข้าง เห็นเขาทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง ไม่มีทีท่าจะรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้างๆ เขา แต่บนรถเมล์คันนั้นไม่ใช่มีเขาเพียงคนเดียว ยังมีคนอีกมากมายที่อาจสนใจ จับสายตาอยู่ที่มือของผม ซึ่งเริ่มขยุกขยิกที่หว่างขาของหน่อง ความตื่นเต้นที่ว่านี้ ทำให้ผมอารมณ์ทางเพศของผมพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
.. วันนี้หน่องไม่นุ่งกางเกงใน ด้วยเหตุที่ว่าตั้งแต่วันแรกที่มาถึงบ้านผม เจ้าหนูประกาศตัวทันทีว่า “หนูโตแล้ว” และไม่ยอมให้แม่ผมปรนนิบัติเหมือนเขาเป็นเด็กเล็ก ไม่ยอมให้อาบน้ำให้ ไม่ยอมให้แต่งตัวให้ ดังนั้นจึงเป็นสิทธิขาดของเขาที่จะเลือกใส่ หรือไม่ใส่กางเกงในตามแต่ใจเขา วันนี้ ผมดีใจที่เขาเลือกที่จะไม่ใส่ เพราะมันง่ายสำหรับผมที่จะเล่นควยน้อยๆ ที่ชี้ชันออกมาจากซิปกางเกงนักเรียนของเขา
.. ผมใช้แค่สามนิ้ว คือนิ้วโป้ง นิ้วชี้และนิ้วกลาง รูดหนังหุ้มควยของหน่องขึ้นลงช้าๆ เจ้าหนูนั่งนิ่ง ซึมซับความซ่านเสียวที่ผมมอบให้อย่างสงบ เขาเอนตัว หัวพิงบ่าผมและหลับตาพริ้ม แต่สองมือที่วางบนต้นขาของผม เริ่มจิกแน่นเข้า เป็นสัญญาณเพียงอย่างเดียวที่บอกให้ผมรู้ว่าเขาเสียว และมีความสุขกับรสสวาทที่ผมปรนเปรอให้ ผมรูดควยเจ้าหน่องอยู่ครู่ใหญ่ เจ้าตัวเล็กก็เริ่มมีอาการเกร็งและตัวสั่น แข้งขาเหยียดเกร็งอย่างควบคุมไม่ได้ ความซ่านเสียวที่เขาได้รับแสดงออกชัดเจนทางสีหน้า ด้วยการขมวดคิ้วและหลับตาแน่น มือซ้ายของผมต้องโอบตัวเขาให้กระชับแน่นขึ้นเพื่อไม่ให้เขางอตัว หรือหล่นลงไปจากตักผม
“หน่องโอเคมั้ย” ผมกระซิบถามที่หูเขาเบาๆ
“จะให้พี่ทำต่อมั้ย”
“ต่อครับ...อย่าหยุด หน่องจะไม่ไหวแล้ว อา...”
.. เมื่อได้รับคำยืนยันเช่นนั้น สามนิ้วของผมจึงรูดควยขนาดสามนิ้วของหน่องขึ้นลงเร็วขึ้น โดยพยายามไม่ใช้มือและแขนของผม ให้มีใครสังเกตุเห็นกิจกรรมระหว่างผมกับหน่องได้ชัดเจนนัก
.. ในที่สุด หน่องก็ถึงจุดสุดยอด เขาเกร็งมือบีบต้นขาของผมจนเจ็บ ขณะส่งเสียงครางออกมา แม้จะเป็นแค่การทำเสียงอยู่ในลำคอ แต่ผมก็เชื่อว่ามันดังพอที่จะทำให้ผู้คนที่ยืนล้อมผมอยู่ได้ยินกันถ้วนหน้า ส่วนนิ้วมือของผมใต้กระเป๋านักเรียนนั้น รับรู้ได้ถึงแรงกระตุกหงึกหงัก ของท่อนเนื้อที่แข็งและเกร็งเหยียดเต็มความยาวของมัน ก่อนจะสัมผัสกับความเปียกที่ควยของหน่องพ่นออกมา แม้จะไม่มากนัก แต่รับรองว่า หน่องจะต้องใช้กระเป๋าปิดเป้ากางเกง ไม่ให้คนเห็นรอยด่างไปจนถึงบ้านแน่นอน
.. ผมคลึงท่อนเนื้อของหน่องเล่นอยู่อีกสักพักก็ค่อยๆ รูดซิปกางเกงให้เขา โดยคราวนี้ผมต้องใช้สอดมือซ้ายเข้าไปช่วย เพราะกลัวว่าซิปมันจะขบเอาชิ้นส่วนที่น่ารักที่สุดของหน่องเข้า
.. ผมไม่แน่ใจว่า การเล่นเสียวระหว่างผมกับหน่องกินเวลานานแค่ไหน แต่พอผมมีโอกาสสนใจสิ่งรอบตัวอีกครั้ง รถเมล์ก็วิ่งมาถึงป้ายที่เราต้องลงเพื่อต่อรถสองแถวเข้าบ้านกันแล้ว ตอนที่ผมจูงหน่องเดินมาถึงคิวรถสองแถว ซึ่งห่างจากป้ายรถเมล์ประมาณไม่ถึงร้อยเมตรนั้น เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหลัง “หน่อง, พล”
.. เราสองคนหันกลับไปมองหนุ่มใหญ่ในชุดเครื่องแบบครึ่งท่อน "ลุงรอน" พ่อของหน่องนั่นเอง ผมยกมือขึ้นสวัสดีลุงรอนซึ่งถือกระเป๋าผ้าใบไม่โตนักอยู่ในมือ ขณะที่หน่องถลาเข้าไปหาอ้อมแขนที่กางออกต้อนรับ และอุ้มขึ้นหอมแก้มซ้ายขวาอย่างรักใคร่
.. ลุงรอนนั้น แม้จะอายุ 46 ปีแล้ว แต่ดูยังหนุ่มมากโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับพ่อ พ่อผมลงพุงเพราะปล่อยตัว ขณะที่ลุงรอนหุ่นดี กล้ามเนื้อยังแน่นไปทั้งตัว มีเพียงแค่สีผมเท่านั้นที่บ่งบอกวัย อาจจะเป็นเพราะอาชีพนายทหารของเขาก็ได้ ถ้าจำไม่ผิด ผมเคยบอกไปแล้วเมื่อตอนก่อนว่าลุงรอนเป็นคนที่หล่อมาก และว่าเจ้าหน่องนั้นได้เค้าหน้ามาจากพ่อ ตอนนี้ผมต้องย้ำอีกสักนิดว่า ความหล่อแบบชายชาตรีของลุงรอนนั้น เล่นเอาผมใจรอนๆ ได้ทุกครั้งที่เห็นทีเดียว
.. อารามดีใจที่เราสามคนได้พบกันโดยบังเอิญ ทำให้ผมลืมเรื่องรอยด่างที่ยังหมาดๆ บนกางเกงนักเรียนของเจ้าหน่องเสียสนิท... การปรากฎตัวของลุงรอนที่บ้านอย่างกระทันหันนั้น ทำให้แม่ของผมโกลาหน วิ่งวุ่นจัดเตรียมอาหารน้ำท่าเป็นการใหญ่ ผมกับเจ้าหน่องเลยกลายเป็นลูกมือ ปั่นจักรยานออกไปซื้อของให้แม่จ้าละหวั่น
.. เมื่อพ่อกลับถึงบ้านในตอนเกือบๆ สามทุ่มในคืนนั้น จึงเห็นวงสนทนาที่ประกอบด้วยแม่ ลุงรอน เจ้าหน่องและผม กำลังขโมงโฉงเฉงอย่างออกรส โดยมีเบียร์ และกับแกล้ม พร้อมน้ำอัดลมของแม่กับเจ้าหน่องวางอยู่อย่างเพียบพร้อมที่กลางวง
.. พ่อเล่าว่า ป้าแพรยืนยันว่าจะมารับหน่องกลับกรุงเทพฯ พรุ่งนี้ เพราะอยากจะกลับใต้โดยเร็วที่สุด แต่พ่อขอร้องเอาไว้ เพราะอยากให้หน่องมีเวลาอยู่กับลุงรอนเพื่อร่ำลาก่อนสักสองวัน โดยรับปากว่าจะพาหลานไปส่งเองในตอนเย็นวันอาทิตย์ และการที่ลุงรอนมานั่งอยู่ที่บ้านเราคืนนี้ ก็เพราะพ่อโทรศัพท์ไปตามตั้งแต่กลางวันแล้วนั่นเอง
.. คืนนั้น กว่าที่วงสนทนาจะเลิกก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืน ตลอดเวลา เจ้าหน่องนั่งตักพ่อมัน และตาแป๋วฟังคำสนทนาของผู้ใหญ่อย่างสนอกสนใจ ไม่มีใครไล่เจ้าหน่องไปนอน เพราะเหตุผลสองประการ คือหนึ่ง พรุ่งนี้เป็นวันหยุด เจ้าหน่องไม่ต้องตื่นเช้าไปโรงเรียน และสองคือ ทุกคนอยากให้มันมีโอกาสได้อยู่กับพ่อให้มากที่สุด เพราะอีกเพียงแค่สองวัน พ่อลูกคู่นี้ก็จะถูกพรากห่างจากกันไปคนละมุมประเทศแล้ว
.. ผมตั้งใจยกห้องให้พ่อลูกคู่นี้ โดยอาสาจะมานอนที่โซฟาหน้าโทรทัศน์ เผื่อว่าพ่อลูกเขาอยากมีกิจกรรมอะไรกันที่ไม่อยากให้ผมรับรู้ แต่ลุงรอนไม่ยอม และเรียกผมให้เข้าไปนอนในห้องด้วยกัน แถมจัดการปูเสื่อและผ้านวมกับพื้นห้องให้ผมอย่างเรียบร้อยด้วย พอผมนั่งลงบนผ้านวมเรียบร้อย ลุงรอนก็ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ แล้วทันใดนั้น ลุงรอนก็ทำให้ผมตกใจ ถึงขั้นรู้สึกตัวเลยว่าเลือดได้เผือดหายไปจากสีหน้า
“เมื่อตอนเย็นน่ะ ลุงเห็นนะว่าพลทำอะไรหน่องบนรถเมล์”
.. ลุงรอนเล่าว่า เขาอยู่บนรถเมล์ก่อนที่ผมกับหน่องจะขึ้นที่ป้ายหน้าโรงเรียนซะอีก ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมลุงรอนไม่ทักเราสองคนเสียตั้งแต่แรก แต่กลับนิ่งดูจนกระทั่งได้เห็นผมเล่นควยลูกชายตัวน้อยของเขาแบบนั้น ผมเหลือบมองหน่องที่ปีนขึ้นไปบนเตียงชั้นบนของเขาแล้ว แต่ยังนั่งเท้าคางฟังผมกับพ่อเขาคุยกันอยู่โดยไม่มีวี่แววว่าจะง่วงแต่อย่างใด แถมยังยิ้มกว้างให้ผมซะอีก
.. เมื่อเห็นสีหน้าอาการของผมเข้า ลุงรอนยิ้ม เอื้อมมือมาลูบแก้มผมเบาๆ เหมือนกับจะบอกว่าไม่ต้องตกใจ แล้วบอกกับผมเหมือนอย่างที่หน่องเคยบอกเมื่อคืนว่า เขากับหน่องก็เล่นอะไรกันแบบนี้บ่อยๆ เพราะเจ้าหน่องมันชอบ แต่ไม่เคยกล้าที่จะเล่นแบบเปิดเผยในที่สาธารณะแบบนั้น ลุงรอนบอกผมว่าเขาเป็นเกย์ และเป็นเกย์ที่ชอบเด็ก ยิ่งเด็กยิ่งชอบ แต่ด้วยสภาพสังคมแบบทหารของเขา ทำให้ต้องระมัดระวังในเรื่องแบบนี้อย่างเข้มงวด และที่ตัดสินใจแต่งงานกับป้าแพร ซึ่งเป็นเด็กวัยรุ่นที่มาหลงใหลเสน่ห์แบบแมนๆ ของเขาเมื่อสิบปีก่อนนั้น ก็เพราะเริ่มมีเสียงซุบซิบถึงสาเหตุที่เขาครองตัวเป็นโสดมานานถึง 36 ปีนั่นเอง
.. ผมเงยหน้ามองลุงรอน แววตาของลุงดูอ่อนโยนนัก ทำให้วงหน้าคมสันนั้น มีเสน่ห์มากขึ้นจากที่ผมเคยเห็นหลายเท่า แล้วใบหน้าที่เริ่มมีหนวดเคราเขียวครึ้มนั้นก็ค่อยๆ โน้มเข้ามา ส่วนมือที่ลูบแก้มก็เลื่อนไปที่ต้นคอผม แล้วโน้มหน้าผมเข้าหา ผมได้กลิ่นเบียร์จากลมหายใจของลุงรอนด้วย ริมฝีปากเราสัมผัสกันเบาๆ ก่อนจะบดเบียดแน่นเข้า แล้วลิ้นนุ่มของลุงรอนก็สอดเข้ามากวัดไกวอยู่ในปากผม ขณะที่มือขวาล้วงลงไปที่กางเกงนอน และแกะกระดุมให้ควยของผมเหยียดหัวออกมาชูชันได้อย่างสะดวก จากนั้นก็กำมือรอบแล้วถอกขึ้นลงช้าๆ
“ลุงเฝ้ามองพลมานานนักหนาแล้ว อยากทำยังงี้มานานแล้ว...” ลุงรอนพูดเสียงกระเส่าที่ข้างหูผม ก่อนจะเลื่อนปากมาประกบปากผมอีกที
.. เราบดปากกันอย่างเมามัน รสจูบของลุงรอนในขณะนั้น ร้อนแรงขนาดทำให้ผมลืมเสียสนิทว่า ในห้องนี้ยังมีเจ้าหน่องอยู่อีกคน แต่ผมลืมเจ้าตัวเล็กได้ไม่นาน เพราะทันใดนั้น ผมก็รู้สึกเสียววูบที่หัวควยขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ความอบอุ่น ชุ่มชื้น และเร่าร้อนที่เกิดขึ้นกับแกนกลางตัวผมนั้น ไม่ต้องลืมตาขึ้นมอง ผมก็รู้ว่าเป็นเพราะเจ้าหน่องกำลังดูดควยให้ผมอยู่ เหมือนเช่นที่มันทำให้ผมเมื่อคืนนั่นเอง
.. สองพ่อลูก ผนึกกำลังกันปรนเปรอรสสวาทให้ผมต่อไป โดยการที่ลุงรอนค่อยๆ ประคองผมให้เอนหลังลงนอนราบกับพื้น โดยที่ปากของเราไม่แยกจากกันเลย และครู่ใหญ่หลังจากนั้น ลุงก็เงยหน้าขึ้น และถอดเสื้อยืดของผมออก ส่วนเจ้าหน่องที่อยู่ด้านล่างนั้น ก็ถอนปากจากควยผมเพื่อดึงกางเกงนอนของผมจนหลุดพ้นปลายขา ด้วยแรงดึงเพียงแค่จังหวะเดียว ร่างเปลือยเปล่าของผมก็ปรากฎเต็มสายตาของลุงรอนและลูกชายของเขา ผมสูงร้อยเจ็ดสิบเจ็ด หุ่นดีเพราะวิ่ง และเล่นฟุตบอลเพื่อออกกำลังกายสม่ำเสมอ ดังนั้นจึงไม่เคยอายที่จะเปลือยต่อหน้าคู่นอนคนไหนของผมทั้งสิ้น รวมทั้งสองพ่อลูกคู่นี้ด้วย พิสูจน์ได้จากควยขนาดเจ็ดนิ้วของผมชี้ชูชันขึ้นเพดานอย่างไม่สะทกสะท้านใดๆ
.. เจ้าหนูวัยเก้าขวบก้มหน้าลงปฏิบัติกามกิจกับหัวควยของผมต่อในทันที ปากน้อยๆ ของเขาอ้ากว้าง และครอบลงไปบนหัวควยของผมแล้วออกแรงดูดจนแก้มตอบ ขณะที่มือเล็กๆ ทั้งสองข้างนั้นก็กำไว้ที่ส่วนโคน พร้อมรูดขึ้นลงเป็นจังหวะเดียวกับศีรษะของเขา ฝ่ายลุงรอนนั้นยืดตัวขึ้นมองเรือนร่างเปลือยของผมตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างชื่นชม ขณะถอดเสื้อของตัวเองออก
.. ลุงรอนนิ่งมองลูกชายตัวน้อยของเขาดูดควยอวบอ้วนของผมอย่างเพลิดเพลิน ในใจคงนึกภูมิใจกับเทคนิคการให้ความสุขกับท่อนลำที่เขาพร่ำสอนลูกมา ส่วนผมก็มองแผงอกที่หนาแน่น และรกครึ้มไปด้วยขนสีดำ ที่ไล่ละลงมาถึงหน้าท้องที่แบนราบและขึ้นกล้ามเป็นลอนๆ อย่างชื่นชม และอดใจไม่ไหว ต้องดึงแขนลุงรอนให้เอนลงมา เราบดปากกันอีกครู่หนึ่ง แล้วลุงรอนก็เริ่มไซ้ที่ซอกคอ ลงต่ำไปที่หัวนมและดูดเลียทั้งข้างซ้ายและขวา
.. ผมใช้สองมือหนุนหัว ผ่อนคลายตัวเองและรับรสสวาทนุ่มๆ จากปากและลิ้นของพ่อลูกอย่างเต็มที่ ความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นทำให้ผมต้องส่งเสียงครางออกมาเบาๆ “ซีด...อูย...ดีจังเลยครับลุง...อา” จากหัวนม ลุงรอนเลื่อนลิ้นต่ำลงไปยังสะดือ และพงขนดกดำเบื้องล่าง เป้าหมายคือท่อนเนื้อของผมที่อยู่ในความครอบครองของเจ้าหน่อง ลูกชายตัวน้อยของแกนั่นเอง
.. ถึงตอนนี้ผมอดใจไม่ไหว ต้องผงกหัวขึ้นดูการแบ่งท่อนเนื้อกันดูดกันระหว่างเด็กชายวัยเก้าขวบ กับพ่อ นายทหารวัย 46 ของเขาแล้ว ผมมองควยขนาดเจ็ดนิ้วของผมสลับกันผลุบหายเข้าไปในปาก ของคนโน้นคนนี้อย่างเพลิดเพลิน ภาพนี้ ผมไม่เคยฝันมาก่อนว่าจะได้เห็น ถ้าเจ้าหน่องมันครอบส่วนหัว ลุงรอนจะเลียส่วนท่อนลำ หรือหากลุงรอนเป็นฝ่ายดูด ซึ่งแกดูดหัวควยของผมหายวับไปจนถึงโคน เจ้าหน่องตัวเล็กก็จะเลื่อนปากลงไปเลียไล้ และดูดดุนกระโปกของผม บางครั้งลิ้นของเจ้าหน่องยังล้วงลึกไปถึงเหลือบถ้ำของผมด้วย เล่นเอาสะดุ้งเฮือกได้เป็นระยะๆ ทีเดียว
.. แล้วความเสียวซ่านที่ผมได้รับก็เริ่มเข้มข้นขึ้น เมื่อลุงรอนอมท่อนเนื้อของผมแล้วขโยกขึ้นลงอย่างเต็มลูกสูบ โดยมีเจ้าหน่องรับหน้าที่ทัพหนุนโดยการเลียกระโปกผมแบบเน้นๆ อยู่ข้างล่าง ฃ
“ลุงครับ...ผมจะออกแล้วครับ...น้ำผมจะแตกแล้วคร๊าบ...” ผมครางด้วยเสียงที่ค่อนข้างดัง ก่อนจะสูญเสียการควบคุม
“อ๊ากซ์”... น้ำรักของผมแตกทะลักอย่างรุนแรง สายแรกมันหายวูบเข้าไปในคอของลุงรอนก่อนที่เขาจะถอนปาก ส่วนสายที่สองพุ่งใส่หน้าของเขาและลูกชายแบบเต็มๆ
.. ผมเกร็งหน้าท้องขึ้นมาด้วยความเสียว จึงทันเห็นเจ้าหน่องครอบปากลงกับหัวควยของผม และรับน้ำเงี่ยนสายที่สาม สี่ และห้าของผมดูดกินไปจนหมด และยังดูดเลียอย่างอ้อยอิ่งอยู่อีกนาน จนกระทั่งควยผมอ่อนตัวลงแล้วนั่นแหละ มันถึงยอมถอนปากออกไป แม้จะเป็นการนอนให้สองพ่อลูกผลัดกันดูดควยให้ก็ตาม แต่ผมก็เสียพลังงานไปไม่ใช่น้อย หรือเป็นเพราะความตื่นเต้นกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้ก็ไม่รู้ที่ทำให้ผมหมดแรง ต้องนอนผึ่งนิ่งๆ และได้แต่มองขณะที่สองพ่อลูกโผเข้าหากัน กอดและจูบปากกันอย่างดูดดื่ม โดยไม่ใส่ใจน้ำเงี่ยนของผมที่เลอะหน้าทั้งสองจนไหลย้อยเป็นทาง...
.. เมื่อคืนวาน หลังจากที่ผมและหน่องเสร็จสิ้นกามกีฬาของเราแล้วนั้น ผมได้ตะล่อมถามหน่องถึงความสัมพันธ์ของเขากับพ่อ ทำให้ได้ความว่าพ่อลูกคู่นี้ได้ “ร่วมรัก” กันมาหลายครั้งหลายหน นับครั้งไม่ถ้วนในรอบปีที่ผ่านมา แต่ว่าทุกครั้งก็เป็นเพียงแค่การดูดด้วยปาก หรือถอกให้ด้วยมือเท่านั้น ไม่มีอะไรมากกว่านั้น เจ้าหน่องยังคงบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่เคยถูกล่วงล้ำก้ำเกินทางเบื้องหลังเลย แม้แต่ครั้งเดียว แต่ไม่รู้ทำไม ผมถึงแน่ใจว่า กิจกามระหว่างเจ้าหน่องกับลุงรอนที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาผมต่อไปนี้ จะต้องทำให้เจ้าหน่องสูญเสียพรหมจรรย์ที่รักษามาเก้าปีของเขาอย่างแน่นอน... แถมจะต้องไม่ใช่การเสียให้กับควยเพียงท่อนเดียวซะด้วยสิ... ขอผมพักเหนื่อยอีกแป๊บเถอะ แล้วผมจะเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ให้ฟัง...
เช้านั้นเป็นเช้าวันศุกร์ กว่าผมจะลุกจากเตียงขึ้นล้างหน้าแปรงฟันได้ก็ปาเข้าไปเกือบๆ สิบโมงเช้า เพราะเมื่อคืนกว่าจะหลับลงได้ก็ตอนที่ไก่มันเริ่มขันกันแล้ว ที่จริง สิบโมงเช้าน่ะ สำหรับผมแล้วไม่ถือว่าสายหรอกครับ เพราะสมัยเรียนรามฯ เคยตื่นเที่ยงซะด้วยซ้ำถ้าไม่มีเรียนเช้า แต่สำหรับชีวิตที่บ้านเล็กๆ ของผมหลังนี้ ถือว่าผิดปกติชนิดที่แม่ทักทันทีที่ผมโผล่หน้าเข้าไปในครัว
“ทำไมตื่นสายนักล่ะ เมื่อคืนเล่นกับน้องจนดึกล่ะสิ” ผมยิ้มให้แม่ขณะกดน้ำร้อนใส่ถ้วยกาแฟ
.. ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนระหว่างผมกับหน่องปรากฎวูบขึ้นมาในสมองตามคำแม่ แม่ทายถูกเผงที่ว่าผมกับหน่องเล่นกันจนดึก แต่แม่ต้องคิดไม่ถึงเด็ดขาดว่าเราเล่นอะไรกัน
.. แม่ผมเป็นแม่บ้านประเภทที่คนเดี๋ยวนี้เติมสร้อยให้ว่า “สมัยเก่า” เพราะดูแม่จะมีความสุขกับการอยู่บ้านปรนนิบัติลูกผัวเต็มที่ เช้านี้ก็เหมือนกัน อาหารเช้า ข้าวต้มพร้อมกับเต็มโต๊ะรอผมอยู่แล้ว
“พ่อบอกว่าวันนี้ให้พลไปรับหน่องกลับจากโรงเรียนด้วย เพราะพ่อเขาจะเลยเข้ากรุงเทพฯ กว่าจะกลับก็คงมืดค่ำ”
.. ตั้งแต่หน่องถูกรับมาอยู่กับครอบครัวเราเกือบๆ สามเดือนมาแล้วนั่น พ่อผมเหมือนมีลูกอ่อนให้คอยดูแล พ่อผมเป็นน้องชายแท้ๆ ของลุงรอน และมีกันแค่สองคนพี่น้อง จึงรักกันมาก มากจนความรักนั้นเหลือเผื่อแผ่มาถึงเจ้าหน่องด้วย พ่อทำหน้าที่ทั้งรับและส่งหน่องไปโรงเรียนทุกวัน และนี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่ผมกลับมาอยู่บ้านที่พ่อผลักธุระนั้นให้ผม
“พ่อเข้ากรุงเทพฯ ทำไมแม่” ผมถามขณะตักข้าวต้มเข้าปาก
“ก็เรื่องพ่อแม่เจ้าหน่องนั่นแหละ” แม่บอก
“เห็นว่าตกลงกันได้แล้ว คือพี่รอนเขายอมหย่า แล้วก็จะยกหน่องให้แพรเลี้ยง ไม่ต้องขึ้นศาลอะไรกันให้เรื่องมากแล้ว”
“อ้าว ทำไมลุงรอนเกิดยอมง่ายๆ ล่ะแม่ ก็เห็นแย่งกันจะเป็นจะตาย” แม่ผมส่งเสียงถอนใจดังเฮือก แล้วบอกว่า
“เพราะพี่รอนเขาเป็นข้าราชการ มีประวัติฟ้องร้องอื้อฉาวแบบนี้มันไม่ดี เห็นพ่อบอกว่า แพรจะเอาหน่องกลับไปอยู่บ้านเขาที่ปักษ์ใต้เลย พ่อเขาจะขึ้นไปฟังรายละเอียดเรื่องนี้แหละ”
.. ผมแทบสำลักข้าวต้มเมื่อได้ยินแม่บอกว่าเจ้าหน่องจะถูกเอาตัวไปอยู่ที่จังหวัดบ้านเกิดของป้าแพรที่ปักษ์ใต้ ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ผมคงรู้สึกเฉยๆ ติดจะสบายใจซะอีก เพราะจะได้ครองห้องคนเดียวเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา แต่เหตุการณ์เมื่อคืน มันเชื่อมผมกับหน่องให้ผูกพันกันแน่นหนาขึ้นจนยากที่ผมจะรับได้ง่ายๆ
.. แม่ผมยังบ่นถึงเรื่องของลุงรอนกับป้าแพรอีกยาวเหยียด ผมฟังบ้างไม่ฟังบ้าง เพราะใจมัวแต่ครุ่นคิดเรื่องเจ้าหน่อง แว่วๆ แม่บอกว่าพ่อเคยเตือนลุงรอนแล้วว่าอย่าแต่งงานกับป้าแพร เพราะอายุห่างกันถึง 18 ปี สรุปแล้ว แม่คิดว่าเรื่องหย่าร้างนั้นเกิดขึ้นเพราะความแตกต่างของอายุ ซึ่งเป็นคนละเรื่องเลยกับสาเหตุแท้จริงที่ผมรู้จากหน่องเมื่อคืน
.. วันนั้นผมครุ่นคิดเรื่องนี้ทั้งวัน แม้กระทั่งขณะนั่งสอบสัมภาษณ์งานที่แบงค์... ซึ่งจนถึงตอนนี้ ผมยังไม่รู้เลยว่าได้งานนั้นมายังไง... อาจจะเป็นเพราะผมคิดถึงแต่หน่อง และเหตุการณ์เมื่อคืนตลอดทั้งวันก็เป็นได้ ที่ทำให้อวัยวะของผมแข็งตัวขึ้น ทันทีที่ผมเห็นเขาในชุดนักเรียนยืนรออยู่ที่ประตูโรงเรียนในบ่ายวันนั้น
.. เจ้าหนูวิ่งหัวซุนมากอดผมด้วยอาการที่บ่งชัดว่าดีใจมาก และอาการกอดนั้น เจ้าหนูเจตนางอตัว ซบหน้ากับท่อนเนื้อในกางเกงของผมพอดิบพอดี และเหมือนแกล้ง เจ้าหนูสูดหายใจลึก สูดกลิ่นจากกลางลำตัวของผมเข้าไปเต็มปอด ก่อนจะส่ายและยีหน้าลงไปตรงบริเวณท่อนลำของผมแรงๆ อีกหลายครั้ง เล่นเอาผมถึงกับตัวงอด้วยความเสียว และเกรงสายตาผู้คนจำนวนมากที่อยู่แถวนั้น นี่ล่ะครับ เจ้าหน่องของผม
.. หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนแล้ว ดูเหมือนว่าเขาไม่เก็บงำความก๋ากั่นและเก่งกาจในเรื่องเพศเอาไว้เลย... นึกแล้วก็ให้ประหลาดใจ สมัยผมอายุเก้าขวบนั้น ของเล่นโปรดคือตุ๊กตายอดมนุษย์ทั้งหลายที่แม่ยังเก็บใส่ลังไว้ในห้องเก็บของ แต่สำหรับหน่องแล้ว ของเล่นโปรดของเขาดูเหมือนจะเป็นท่อนเนื้อขนาดเจ็ดนิ้วของผมนี่เอง
.. เรารอเพียงไม่กี่นาที รถเมล์สายที่ผ่านบ้านผมก็มาถึง ช่วงนั้นรถแน่นพอสมควรเพราะเป็นเวลาโรงเรียนเลิก แต่ก็มีคนลุกให้เจ้าหน่องนั่งทันที ผมยิ้มให้ชายคนนั้นอย่างขอบคุณ นึกเปรียบเทียบกับน้ำใจคนกรุงเทพฯ กับคนที่นี่ แม้จะห่างกันแค่ขับรถไม่กี่ชั่วโมง แต่น้ำใจผู้คนนั้นห่างกันไกลนัก แต่สิ่งที่เหมือนกรุงเทพฯ เข้าไปทุกทีก็คือการจราจรที่นับวันจะหนืดมากขึ้น
.. เกือบสิบนาทีผ่านไปโดยที่รถเมล์เคลื่อนที่ห่างจากเดิมเพียงแค่ไม่กี่เมตร เหงื่อผมชักหยดด้วยความร้อนอบอ้าว หน่องคงสงสาร จึงดึงแขนผมให้นั่งลงโดยตัวเขาลุกขึ้นมานั่งตักผมแทน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความตื่นเต้นที่สุดในชีวิตของผมอีกครั้ง เมื่อคืน ผมมีประสบการณ์เสียวกับเด็กเก้าขวบไปแล้วเป็นครั้งแรกในชีวิต และสิ่งที่ผมกำลังจะบอกคุณๆ อยู่ในตอนนี้คือ ประสบการณ์เสียวกับเด็กเก้าขวบบนรถเมล์ที่มีคนแน่นจนล้นเป็นครั้งแรกในชีวิต
.. ที่จริงแล้ว ผมก็เคยมีเซ็กซ์บนรถทัวร์กรุงเทพฯ-เชียงใหม่มาแล้วครั้งหนึ่ง กับเพื่อนมาดแมนที่เป็นนักกีฬาตระกร้อทีมมหาวิทยาลัย มันกดหัวผมลงไปดูดควยให้มันขณะที่ (คิดว่า) คนในรถหลับกันหมดแล้ว ครั้งนั้นผมคิดว่าเป็นเซ็กซ์ที่ตื่นเต้นที่สุดในชีวิตแล้ว แต่ถ้าเทียบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหน่องแล้วล่ะก็... เทียบไม่ติดฝุ่นเลยครับ
.. เริ่มต้นจากการที่หน่องส่ายก้นของเขาเบาๆ วนเป็นวงอยู่บนตักของผม ท่อนเนื้อของผมเริ่มผงาดรับแรงถูนั้นทันทีจนผมรู้สึกอึดอัด จากนั้นไอ้ตัวเล็กมันยกกระเป๋านักเรียนสีดำใบโตของมันขึ้นมาวางบนตัก เท่านั้นเอง มือขวาของผมที่เกาะเอวเขาอยู่ ก็เริ่มเลื้อยเข้าไปใต้กระเป๋าใบนั้นอย่างรู้งาน และความหาซิปกางเกงขาสั้นสีกากีของหน่องจนเจอ ก่อนจะรูดลงช้าๆ
..อผมเหลือบมองผู้ชายคนที่นั่งด้านข้าง เห็นเขาทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง ไม่มีทีท่าจะรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้างๆ เขา แต่บนรถเมล์คันนั้นไม่ใช่มีเขาเพียงคนเดียว ยังมีคนอีกมากมายที่อาจสนใจ จับสายตาอยู่ที่มือของผม ซึ่งเริ่มขยุกขยิกที่หว่างขาของหน่อง ความตื่นเต้นที่ว่านี้ ทำให้ผมอารมณ์ทางเพศของผมพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
.. วันนี้หน่องไม่นุ่งกางเกงใน ด้วยเหตุที่ว่าตั้งแต่วันแรกที่มาถึงบ้านผม เจ้าหนูประกาศตัวทันทีว่า “หนูโตแล้ว” และไม่ยอมให้แม่ผมปรนนิบัติเหมือนเขาเป็นเด็กเล็ก ไม่ยอมให้อาบน้ำให้ ไม่ยอมให้แต่งตัวให้ ดังนั้นจึงเป็นสิทธิขาดของเขาที่จะเลือกใส่ หรือไม่ใส่กางเกงในตามแต่ใจเขา วันนี้ ผมดีใจที่เขาเลือกที่จะไม่ใส่ เพราะมันง่ายสำหรับผมที่จะเล่นควยน้อยๆ ที่ชี้ชันออกมาจากซิปกางเกงนักเรียนของเขา
.. ผมใช้แค่สามนิ้ว คือนิ้วโป้ง นิ้วชี้และนิ้วกลาง รูดหนังหุ้มควยของหน่องขึ้นลงช้าๆ เจ้าหนูนั่งนิ่ง ซึมซับความซ่านเสียวที่ผมมอบให้อย่างสงบ เขาเอนตัว หัวพิงบ่าผมและหลับตาพริ้ม แต่สองมือที่วางบนต้นขาของผม เริ่มจิกแน่นเข้า เป็นสัญญาณเพียงอย่างเดียวที่บอกให้ผมรู้ว่าเขาเสียว และมีความสุขกับรสสวาทที่ผมปรนเปรอให้ ผมรูดควยเจ้าหน่องอยู่ครู่ใหญ่ เจ้าตัวเล็กก็เริ่มมีอาการเกร็งและตัวสั่น แข้งขาเหยียดเกร็งอย่างควบคุมไม่ได้ ความซ่านเสียวที่เขาได้รับแสดงออกชัดเจนทางสีหน้า ด้วยการขมวดคิ้วและหลับตาแน่น มือซ้ายของผมต้องโอบตัวเขาให้กระชับแน่นขึ้นเพื่อไม่ให้เขางอตัว หรือหล่นลงไปจากตักผม
“หน่องโอเคมั้ย” ผมกระซิบถามที่หูเขาเบาๆ
“จะให้พี่ทำต่อมั้ย”
“ต่อครับ...อย่าหยุด หน่องจะไม่ไหวแล้ว อา...”
.. เมื่อได้รับคำยืนยันเช่นนั้น สามนิ้วของผมจึงรูดควยขนาดสามนิ้วของหน่องขึ้นลงเร็วขึ้น โดยพยายามไม่ใช้มือและแขนของผม ให้มีใครสังเกตุเห็นกิจกรรมระหว่างผมกับหน่องได้ชัดเจนนัก
.. ในที่สุด หน่องก็ถึงจุดสุดยอด เขาเกร็งมือบีบต้นขาของผมจนเจ็บ ขณะส่งเสียงครางออกมา แม้จะเป็นแค่การทำเสียงอยู่ในลำคอ แต่ผมก็เชื่อว่ามันดังพอที่จะทำให้ผู้คนที่ยืนล้อมผมอยู่ได้ยินกันถ้วนหน้า ส่วนนิ้วมือของผมใต้กระเป๋านักเรียนนั้น รับรู้ได้ถึงแรงกระตุกหงึกหงัก ของท่อนเนื้อที่แข็งและเกร็งเหยียดเต็มความยาวของมัน ก่อนจะสัมผัสกับความเปียกที่ควยของหน่องพ่นออกมา แม้จะไม่มากนัก แต่รับรองว่า หน่องจะต้องใช้กระเป๋าปิดเป้ากางเกง ไม่ให้คนเห็นรอยด่างไปจนถึงบ้านแน่นอน
.. ผมคลึงท่อนเนื้อของหน่องเล่นอยู่อีกสักพักก็ค่อยๆ รูดซิปกางเกงให้เขา โดยคราวนี้ผมต้องใช้สอดมือซ้ายเข้าไปช่วย เพราะกลัวว่าซิปมันจะขบเอาชิ้นส่วนที่น่ารักที่สุดของหน่องเข้า
.. ผมไม่แน่ใจว่า การเล่นเสียวระหว่างผมกับหน่องกินเวลานานแค่ไหน แต่พอผมมีโอกาสสนใจสิ่งรอบตัวอีกครั้ง รถเมล์ก็วิ่งมาถึงป้ายที่เราต้องลงเพื่อต่อรถสองแถวเข้าบ้านกันแล้ว ตอนที่ผมจูงหน่องเดินมาถึงคิวรถสองแถว ซึ่งห่างจากป้ายรถเมล์ประมาณไม่ถึงร้อยเมตรนั้น เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหลัง “หน่อง, พล”
.. เราสองคนหันกลับไปมองหนุ่มใหญ่ในชุดเครื่องแบบครึ่งท่อน "ลุงรอน" พ่อของหน่องนั่นเอง ผมยกมือขึ้นสวัสดีลุงรอนซึ่งถือกระเป๋าผ้าใบไม่โตนักอยู่ในมือ ขณะที่หน่องถลาเข้าไปหาอ้อมแขนที่กางออกต้อนรับ และอุ้มขึ้นหอมแก้มซ้ายขวาอย่างรักใคร่
.. ลุงรอนนั้น แม้จะอายุ 46 ปีแล้ว แต่ดูยังหนุ่มมากโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับพ่อ พ่อผมลงพุงเพราะปล่อยตัว ขณะที่ลุงรอนหุ่นดี กล้ามเนื้อยังแน่นไปทั้งตัว มีเพียงแค่สีผมเท่านั้นที่บ่งบอกวัย อาจจะเป็นเพราะอาชีพนายทหารของเขาก็ได้ ถ้าจำไม่ผิด ผมเคยบอกไปแล้วเมื่อตอนก่อนว่าลุงรอนเป็นคนที่หล่อมาก และว่าเจ้าหน่องนั้นได้เค้าหน้ามาจากพ่อ ตอนนี้ผมต้องย้ำอีกสักนิดว่า ความหล่อแบบชายชาตรีของลุงรอนนั้น เล่นเอาผมใจรอนๆ ได้ทุกครั้งที่เห็นทีเดียว
.. อารามดีใจที่เราสามคนได้พบกันโดยบังเอิญ ทำให้ผมลืมเรื่องรอยด่างที่ยังหมาดๆ บนกางเกงนักเรียนของเจ้าหน่องเสียสนิท... การปรากฎตัวของลุงรอนที่บ้านอย่างกระทันหันนั้น ทำให้แม่ของผมโกลาหน วิ่งวุ่นจัดเตรียมอาหารน้ำท่าเป็นการใหญ่ ผมกับเจ้าหน่องเลยกลายเป็นลูกมือ ปั่นจักรยานออกไปซื้อของให้แม่จ้าละหวั่น
.. เมื่อพ่อกลับถึงบ้านในตอนเกือบๆ สามทุ่มในคืนนั้น จึงเห็นวงสนทนาที่ประกอบด้วยแม่ ลุงรอน เจ้าหน่องและผม กำลังขโมงโฉงเฉงอย่างออกรส โดยมีเบียร์ และกับแกล้ม พร้อมน้ำอัดลมของแม่กับเจ้าหน่องวางอยู่อย่างเพียบพร้อมที่กลางวง
.. พ่อเล่าว่า ป้าแพรยืนยันว่าจะมารับหน่องกลับกรุงเทพฯ พรุ่งนี้ เพราะอยากจะกลับใต้โดยเร็วที่สุด แต่พ่อขอร้องเอาไว้ เพราะอยากให้หน่องมีเวลาอยู่กับลุงรอนเพื่อร่ำลาก่อนสักสองวัน โดยรับปากว่าจะพาหลานไปส่งเองในตอนเย็นวันอาทิตย์ และการที่ลุงรอนมานั่งอยู่ที่บ้านเราคืนนี้ ก็เพราะพ่อโทรศัพท์ไปตามตั้งแต่กลางวันแล้วนั่นเอง
.. คืนนั้น กว่าที่วงสนทนาจะเลิกก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืน ตลอดเวลา เจ้าหน่องนั่งตักพ่อมัน และตาแป๋วฟังคำสนทนาของผู้ใหญ่อย่างสนอกสนใจ ไม่มีใครไล่เจ้าหน่องไปนอน เพราะเหตุผลสองประการ คือหนึ่ง พรุ่งนี้เป็นวันหยุด เจ้าหน่องไม่ต้องตื่นเช้าไปโรงเรียน และสองคือ ทุกคนอยากให้มันมีโอกาสได้อยู่กับพ่อให้มากที่สุด เพราะอีกเพียงแค่สองวัน พ่อลูกคู่นี้ก็จะถูกพรากห่างจากกันไปคนละมุมประเทศแล้ว
.. ผมตั้งใจยกห้องให้พ่อลูกคู่นี้ โดยอาสาจะมานอนที่โซฟาหน้าโทรทัศน์ เผื่อว่าพ่อลูกเขาอยากมีกิจกรรมอะไรกันที่ไม่อยากให้ผมรับรู้ แต่ลุงรอนไม่ยอม และเรียกผมให้เข้าไปนอนในห้องด้วยกัน แถมจัดการปูเสื่อและผ้านวมกับพื้นห้องให้ผมอย่างเรียบร้อยด้วย พอผมนั่งลงบนผ้านวมเรียบร้อย ลุงรอนก็ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ แล้วทันใดนั้น ลุงรอนก็ทำให้ผมตกใจ ถึงขั้นรู้สึกตัวเลยว่าเลือดได้เผือดหายไปจากสีหน้า
“เมื่อตอนเย็นน่ะ ลุงเห็นนะว่าพลทำอะไรหน่องบนรถเมล์”
.. ลุงรอนเล่าว่า เขาอยู่บนรถเมล์ก่อนที่ผมกับหน่องจะขึ้นที่ป้ายหน้าโรงเรียนซะอีก ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมลุงรอนไม่ทักเราสองคนเสียตั้งแต่แรก แต่กลับนิ่งดูจนกระทั่งได้เห็นผมเล่นควยลูกชายตัวน้อยของเขาแบบนั้น ผมเหลือบมองหน่องที่ปีนขึ้นไปบนเตียงชั้นบนของเขาแล้ว แต่ยังนั่งเท้าคางฟังผมกับพ่อเขาคุยกันอยู่โดยไม่มีวี่แววว่าจะง่วงแต่อย่างใด แถมยังยิ้มกว้างให้ผมซะอีก
.. เมื่อเห็นสีหน้าอาการของผมเข้า ลุงรอนยิ้ม เอื้อมมือมาลูบแก้มผมเบาๆ เหมือนกับจะบอกว่าไม่ต้องตกใจ แล้วบอกกับผมเหมือนอย่างที่หน่องเคยบอกเมื่อคืนว่า เขากับหน่องก็เล่นอะไรกันแบบนี้บ่อยๆ เพราะเจ้าหน่องมันชอบ แต่ไม่เคยกล้าที่จะเล่นแบบเปิดเผยในที่สาธารณะแบบนั้น ลุงรอนบอกผมว่าเขาเป็นเกย์ และเป็นเกย์ที่ชอบเด็ก ยิ่งเด็กยิ่งชอบ แต่ด้วยสภาพสังคมแบบทหารของเขา ทำให้ต้องระมัดระวังในเรื่องแบบนี้อย่างเข้มงวด และที่ตัดสินใจแต่งงานกับป้าแพร ซึ่งเป็นเด็กวัยรุ่นที่มาหลงใหลเสน่ห์แบบแมนๆ ของเขาเมื่อสิบปีก่อนนั้น ก็เพราะเริ่มมีเสียงซุบซิบถึงสาเหตุที่เขาครองตัวเป็นโสดมานานถึง 36 ปีนั่นเอง
.. ผมเงยหน้ามองลุงรอน แววตาของลุงดูอ่อนโยนนัก ทำให้วงหน้าคมสันนั้น มีเสน่ห์มากขึ้นจากที่ผมเคยเห็นหลายเท่า แล้วใบหน้าที่เริ่มมีหนวดเคราเขียวครึ้มนั้นก็ค่อยๆ โน้มเข้ามา ส่วนมือที่ลูบแก้มก็เลื่อนไปที่ต้นคอผม แล้วโน้มหน้าผมเข้าหา ผมได้กลิ่นเบียร์จากลมหายใจของลุงรอนด้วย ริมฝีปากเราสัมผัสกันเบาๆ ก่อนจะบดเบียดแน่นเข้า แล้วลิ้นนุ่มของลุงรอนก็สอดเข้ามากวัดไกวอยู่ในปากผม ขณะที่มือขวาล้วงลงไปที่กางเกงนอน และแกะกระดุมให้ควยของผมเหยียดหัวออกมาชูชันได้อย่างสะดวก จากนั้นก็กำมือรอบแล้วถอกขึ้นลงช้าๆ
“ลุงเฝ้ามองพลมานานนักหนาแล้ว อยากทำยังงี้มานานแล้ว...” ลุงรอนพูดเสียงกระเส่าที่ข้างหูผม ก่อนจะเลื่อนปากมาประกบปากผมอีกที
.. เราบดปากกันอย่างเมามัน รสจูบของลุงรอนในขณะนั้น ร้อนแรงขนาดทำให้ผมลืมเสียสนิทว่า ในห้องนี้ยังมีเจ้าหน่องอยู่อีกคน แต่ผมลืมเจ้าตัวเล็กได้ไม่นาน เพราะทันใดนั้น ผมก็รู้สึกเสียววูบที่หัวควยขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ความอบอุ่น ชุ่มชื้น และเร่าร้อนที่เกิดขึ้นกับแกนกลางตัวผมนั้น ไม่ต้องลืมตาขึ้นมอง ผมก็รู้ว่าเป็นเพราะเจ้าหน่องกำลังดูดควยให้ผมอยู่ เหมือนเช่นที่มันทำให้ผมเมื่อคืนนั่นเอง
.. สองพ่อลูก ผนึกกำลังกันปรนเปรอรสสวาทให้ผมต่อไป โดยการที่ลุงรอนค่อยๆ ประคองผมให้เอนหลังลงนอนราบกับพื้น โดยที่ปากของเราไม่แยกจากกันเลย และครู่ใหญ่หลังจากนั้น ลุงก็เงยหน้าขึ้น และถอดเสื้อยืดของผมออก ส่วนเจ้าหน่องที่อยู่ด้านล่างนั้น ก็ถอนปากจากควยผมเพื่อดึงกางเกงนอนของผมจนหลุดพ้นปลายขา ด้วยแรงดึงเพียงแค่จังหวะเดียว ร่างเปลือยเปล่าของผมก็ปรากฎเต็มสายตาของลุงรอนและลูกชายของเขา ผมสูงร้อยเจ็ดสิบเจ็ด หุ่นดีเพราะวิ่ง และเล่นฟุตบอลเพื่อออกกำลังกายสม่ำเสมอ ดังนั้นจึงไม่เคยอายที่จะเปลือยต่อหน้าคู่นอนคนไหนของผมทั้งสิ้น รวมทั้งสองพ่อลูกคู่นี้ด้วย พิสูจน์ได้จากควยขนาดเจ็ดนิ้วของผมชี้ชูชันขึ้นเพดานอย่างไม่สะทกสะท้านใดๆ
.. เจ้าหนูวัยเก้าขวบก้มหน้าลงปฏิบัติกามกิจกับหัวควยของผมต่อในทันที ปากน้อยๆ ของเขาอ้ากว้าง และครอบลงไปบนหัวควยของผมแล้วออกแรงดูดจนแก้มตอบ ขณะที่มือเล็กๆ ทั้งสองข้างนั้นก็กำไว้ที่ส่วนโคน พร้อมรูดขึ้นลงเป็นจังหวะเดียวกับศีรษะของเขา ฝ่ายลุงรอนนั้นยืดตัวขึ้นมองเรือนร่างเปลือยของผมตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างชื่นชม ขณะถอดเสื้อของตัวเองออก
.. ลุงรอนนิ่งมองลูกชายตัวน้อยของเขาดูดควยอวบอ้วนของผมอย่างเพลิดเพลิน ในใจคงนึกภูมิใจกับเทคนิคการให้ความสุขกับท่อนลำที่เขาพร่ำสอนลูกมา ส่วนผมก็มองแผงอกที่หนาแน่น และรกครึ้มไปด้วยขนสีดำ ที่ไล่ละลงมาถึงหน้าท้องที่แบนราบและขึ้นกล้ามเป็นลอนๆ อย่างชื่นชม และอดใจไม่ไหว ต้องดึงแขนลุงรอนให้เอนลงมา เราบดปากกันอีกครู่หนึ่ง แล้วลุงรอนก็เริ่มไซ้ที่ซอกคอ ลงต่ำไปที่หัวนมและดูดเลียทั้งข้างซ้ายและขวา
.. ผมใช้สองมือหนุนหัว ผ่อนคลายตัวเองและรับรสสวาทนุ่มๆ จากปากและลิ้นของพ่อลูกอย่างเต็มที่ ความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นทำให้ผมต้องส่งเสียงครางออกมาเบาๆ “ซีด...อูย...ดีจังเลยครับลุง...อา” จากหัวนม ลุงรอนเลื่อนลิ้นต่ำลงไปยังสะดือ และพงขนดกดำเบื้องล่าง เป้าหมายคือท่อนเนื้อของผมที่อยู่ในความครอบครองของเจ้าหน่อง ลูกชายตัวน้อยของแกนั่นเอง
.. ถึงตอนนี้ผมอดใจไม่ไหว ต้องผงกหัวขึ้นดูการแบ่งท่อนเนื้อกันดูดกันระหว่างเด็กชายวัยเก้าขวบ กับพ่อ นายทหารวัย 46 ของเขาแล้ว ผมมองควยขนาดเจ็ดนิ้วของผมสลับกันผลุบหายเข้าไปในปาก ของคนโน้นคนนี้อย่างเพลิดเพลิน ภาพนี้ ผมไม่เคยฝันมาก่อนว่าจะได้เห็น ถ้าเจ้าหน่องมันครอบส่วนหัว ลุงรอนจะเลียส่วนท่อนลำ หรือหากลุงรอนเป็นฝ่ายดูด ซึ่งแกดูดหัวควยของผมหายวับไปจนถึงโคน เจ้าหน่องตัวเล็กก็จะเลื่อนปากลงไปเลียไล้ และดูดดุนกระโปกของผม บางครั้งลิ้นของเจ้าหน่องยังล้วงลึกไปถึงเหลือบถ้ำของผมด้วย เล่นเอาสะดุ้งเฮือกได้เป็นระยะๆ ทีเดียว
.. แล้วความเสียวซ่านที่ผมได้รับก็เริ่มเข้มข้นขึ้น เมื่อลุงรอนอมท่อนเนื้อของผมแล้วขโยกขึ้นลงอย่างเต็มลูกสูบ โดยมีเจ้าหน่องรับหน้าที่ทัพหนุนโดยการเลียกระโปกผมแบบเน้นๆ อยู่ข้างล่าง ฃ
“ลุงครับ...ผมจะออกแล้วครับ...น้ำผมจะแตกแล้วคร๊าบ...” ผมครางด้วยเสียงที่ค่อนข้างดัง ก่อนจะสูญเสียการควบคุม
“อ๊ากซ์”... น้ำรักของผมแตกทะลักอย่างรุนแรง สายแรกมันหายวูบเข้าไปในคอของลุงรอนก่อนที่เขาจะถอนปาก ส่วนสายที่สองพุ่งใส่หน้าของเขาและลูกชายแบบเต็มๆ
.. ผมเกร็งหน้าท้องขึ้นมาด้วยความเสียว จึงทันเห็นเจ้าหน่องครอบปากลงกับหัวควยของผม และรับน้ำเงี่ยนสายที่สาม สี่ และห้าของผมดูดกินไปจนหมด และยังดูดเลียอย่างอ้อยอิ่งอยู่อีกนาน จนกระทั่งควยผมอ่อนตัวลงแล้วนั่นแหละ มันถึงยอมถอนปากออกไป แม้จะเป็นการนอนให้สองพ่อลูกผลัดกันดูดควยให้ก็ตาม แต่ผมก็เสียพลังงานไปไม่ใช่น้อย หรือเป็นเพราะความตื่นเต้นกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้ก็ไม่รู้ที่ทำให้ผมหมดแรง ต้องนอนผึ่งนิ่งๆ และได้แต่มองขณะที่สองพ่อลูกโผเข้าหากัน กอดและจูบปากกันอย่างดูดดื่ม โดยไม่ใส่ใจน้ำเงี่ยนของผมที่เลอะหน้าทั้งสองจนไหลย้อยเป็นทาง...
.. เมื่อคืนวาน หลังจากที่ผมและหน่องเสร็จสิ้นกามกีฬาของเราแล้วนั้น ผมได้ตะล่อมถามหน่องถึงความสัมพันธ์ของเขากับพ่อ ทำให้ได้ความว่าพ่อลูกคู่นี้ได้ “ร่วมรัก” กันมาหลายครั้งหลายหน นับครั้งไม่ถ้วนในรอบปีที่ผ่านมา แต่ว่าทุกครั้งก็เป็นเพียงแค่การดูดด้วยปาก หรือถอกให้ด้วยมือเท่านั้น ไม่มีอะไรมากกว่านั้น เจ้าหน่องยังคงบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่เคยถูกล่วงล้ำก้ำเกินทางเบื้องหลังเลย แม้แต่ครั้งเดียว แต่ไม่รู้ทำไม ผมถึงแน่ใจว่า กิจกามระหว่างเจ้าหน่องกับลุงรอนที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาผมต่อไปนี้ จะต้องทำให้เจ้าหน่องสูญเสียพรหมจรรย์ที่รักษามาเก้าปีของเขาอย่างแน่นอน... แถมจะต้องไม่ใช่การเสียให้กับควยเพียงท่อนเดียวซะด้วยสิ... ขอผมพักเหนื่อยอีกแป๊บเถอะ แล้วผมจะเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ให้ฟัง...
เรื่องเสียว : หนอนน้อย ( ตอนที่ 1)
### ตอนที่ 1 ###
ผมอายุ 23 เพิ่งจบจากรามคำแหงหมาดๆ ตอนนี้ผมกลับมาอยู่บ้านแม่ที่ต่างจังหวัด ระหว่างที่ยังหางานทำไม่ได้ ช่วงนี้ หลานชายวัยเก้าขวบของผมชื่อ “หน่อง” ถูกส่งมาอยู่กับเราด้วย แม่บอกว่าลุงรอนกับป้าแพรกำลังทำเรื่องหย่ากัน แม่ไม่อยากให้หน่องอยู่รับรู้เรื่องแบบนั้นของพ่อแม่ จึงรับตัวมาอยู่ด้วยจนกว่าเรื่องจะเรียบร้อย
.. แน่นอนว่าผมกับหลานต้องนอนห้องเดียวกัน เพราะบ้านเราไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้พบกับหลานชายคนนี้ แรกเมื่อรู้ว่าจะต้องนอนร่วมห้องกับเขาก็ไม่ชอบใจนัก แต่พอเวลาผ่านไปได้ไม่ถึงอาทิตย์ ผมกับเขา “สนิท” กันมากกว่าที่คิด อาจเป็นเพราะผมไม่เคยมีน้อง และเจ้าหน่องก็เป็นเด็กว่าง่าย และตามใจผมทุกอย่างก็เป็นได้
.. เตียงในห้องของผมเป็นเตียงสองชั้น แน่นอน หน่องนอนชั้นบน ซึ่งก็ต้องเป็นอย่างนั้น เพราะห้าปีที่ผมไปอยู่กรุงเทพฯ นั้น ผมทั้งสูงทั้งใหญ่ขึ้นจนน่ากลัวว่า เตียงเก่าที่เคยนอนมาแต่แบเบาะหลังนี้จะรับน้ำหนักไม่ไหว
.. พ่อแม่ผมเข้านอนแต่หัวค่ำ แต่ผมกับหน่องนอนดึก เราเล่นเกมกันก่อนนอนเสมอ เกมที่เขาชอบที่สุดคือเกมล่มเรือ โดยเราสมมุติเอาว่าเตียงชั้นบนเป็นเรือ ผมจับเสาเตียงแล้วเขย่าไปมา เจ้าตัวเล็กหัวเราะชอบใจเสียงดังกับเกมนี้เสมอ
.. ส่วนอีกเกมคือ “ถ้ำลึกลับ” ที่ผมได้มาจากการออกค่ายสมัยเรียนอยู่ปีสอง ผมจะใช้ผ้าห่มสอดใต้ฟูกของเขา แล้วปล่อยชายลงมาคุมเตียงของผมจนมิด สมมุติว่าเตียงของผมเป็นถ้ำลึกลับ หรือเป็นปราสาท เป็นวัง หรือเป็นอะไรก็แล้วจะนึก ผมอยู่ข้างในใช้ไฟฉายส่องบนผ้าห่มเป็นตัวหนังสือให้เขาอ่าน ถ้าเขาอ่านและผสมคำถูก เขาก็ได้เข้ามา โดยจะมีรางวัลเป็นขนม ลูกอมรออยู่ข้างใน
.. ผมมักใส่กางเกงฟุตบอลผ้าร่ม กับเสื้อกล้ามตัวโคร่งนอนเสมอ แน่นอน ไม่ใส่กางเกงใน ผมไม่ใส่ใจเรื่องชุดนอนของผมนัก รู้หรอกว่ามันโป๊ แต่ไม่มีอะไรน่าห่วงนี่ครับ เขาเป็นเด็กตัวเล็กๆ เท่านั้น ผมคิดแบบนั้นโดยลืมไปว่า ธรรมชาติของเด็กวัยนี้นั้น อยากรู้อยากเห็นเป็นที่สุด
.. คืนนี้ผมเป็นโจรสลัดร้าย ปีนขึ้นไปบนเรือของหน่อง เจ้าหนูหัวเราะเสียงดังขณะที่ผมคว้าขาของเขา เขาทั้งกรีดทั้งร้องด้วยความสนุก ดิ้นจนตุ๊กตาหลายขนาดของเขากระจุยกระจาย ดิ้นจนกางเกงนอนตัวจ้อยของเขาหลุดติดมือของผมออกมา “อย่า อย่า ไม่เอา...” เขากรีดร้องปนเสียงหัวเราะ ดังจนผมต้องยกนิ้วแตะริมฝีปากเป็นสัญญาณให้เขาเงียบ แต่ไร้ผล ผมห่วงว่าเสียงของเจ้าตัวเล็กจะปลุกให้พ่อของผมตื่นขึ้นมา พ่อผมเป็นคนขี้โมโห ผมไม่อยากให้หน่องโดนตีเหมือนอย่างที่ผมเคยโดนตอนอายุเท่าเขา
.. “หน่อง” ผมเรียกเขาเบาๆ “เข้ามาในถ้ำลึกลับของพี่ดีกว่า คืนนี้ไม่ต้องใช้โค้ดลับหรอก” เขาเบิ่งตาโตกับคำเชื้อเชิญของผม ซึ่งเขาไม่เคยได้รับง่ายดายแบบนี้มาก่อน
.. เขาคว้าตุ๊กตาหมีตัวเก่ง แล้วไต่บันไดเตียงลงมาโดยไม่ใส่ใจกางเกงนอนของเขา ที่ผมวางเอาไว้ให้
.. เขาผลุบเข้ามาในเตียงของผมในสภาพท่อนล่างที่เปล่าเปลือย ผมเห็นก้นกลมๆ ของเขาเต็มตา รวมถึงควยอันน้อยที่แกว่งไกวอย่างชัดเจนด้วย ขนแม้สักเส้นก็ยังไม่มีให้เห็น และถ้าผมตาไม่ฝาด ก่อนที่เขาจะนั่งลงในท่าขัดสมาธิที่ปลายเตียง และบังสายตาผมจากส่วนกลางลำตัวเขาด้วยเข่า และท่อนขาเรียบลื่นนั้น ผมว่าผมเห็นควยของเขาอยู่ในลักษณะชูชันทีเดียว ส่วนขนาดนั้น ถือว่าไม่เลวทีเดียวเมื่อเทียบกับกับอายุของเขา
.. แม้จะยังเป็นเด็ก แต่หน้าอกและหน้าท้องของเด็กคนนี้แน่นเป็นแผง หัวนมเล็กจ้อยเป็นสีชมพู ผมมองหน้าตาที่เรียวเป็นรูปไข่ ตาโต คิ้วดก ปากสวย เด็กคนนี้ได้มรดกรูปโฉมจากพ่อของเขามาเต็มที่ โตขึ้น เจ้าหน่องต้องหล่ออย่างหาตัวจับยากทีเดียว
.. นี่เป็นครั้งแรกที่ผมพิจารณาเด็กชายคนนี้อย่างชื่นชม ผมผ่านผู้ชายมามากมายระหว่างเรียนอยู่ที่รามคำแหง ทั้งผู้ชายมาดแมนกล้ามเป็นมัดๆ แบบนักกีฬา ทั้งผู้ใหญ่รุ่นพ่อ หรืออ้อนแอ้นแบบกระเทยแต่งผู้หญิง ผมก็เคยเอามาแล้วทั้งนั้น แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกแบบนี้กับเด็กตัวน้อยๆ แบบนี้ ผมว่า ส่วนหนึ่งอาจจะเกิดขึ้นจาก การที่ได้เห็นหน่องแอบมองหว่างขาของผมเสมอถ้ามีโอกาส
.. เช่นวันก่อน ที่โซฟาหน้าทีวี ผมแกล้งนั่งนิ่งๆ ถ่างขาออกกว้าง ทำทีเป็นสนใจหนังสือในมือ แต่ตาผมจับอยู่ที่กระจกเงาข้างฝา ภาพสะท้อนของหน่องในกระจกเงาบานนั้น กำลังมองหว่างขาผมอย่างตั้งอกตั้งใจ นั่นทำให้คืนนี้ ผมอยากจะลองใจหน่องให้มากกว่านี้
.. ผมขยับตัวขึ้นไปนั่งพิงหัวเตียง ยกหัวเข่าขึ้นแล้วถ่างขาออก ถ้าหน่องอยากดู เขาก็จะได้เห็นเครื่องเคราของผม ผ่านขากางเกงฟุตบอลแบบค่อนข้างชัดเจนทีเดียว ตาของหน่องกวาดไปรอบๆ เหมือนหาอะไรบางอย่าง แต่ครู่เดียวก็มาหยุดอยู่ที่หว่างขาของผม
.. ผมขยับขาให้ถ่างกว้างขึ้น เพื่อตอบสนองสายตาอยากรู้อยากเห็นของเขาอย่างเต็มที่ จนถึงตอนนี้ผมยังไม่รู้เลยว่า ตัวเองกำลังทำอะไรอยู่
“พี่จะเล่นอะไรล่ะ” เขาถามขึ้นมาดื้อๆ เล่นเอาผมสะดุ้ง
“พี่ว่าเราเล่นอะไรแบบเงียบๆ ดีกว่านะ” ผมพูดขณะมองท่อนเนื้อเล็กๆ ของหน่องที่โผล่ออกมารำไรเมื่อเขาขยับขา
“ก็ได้ครับ” เขาพูดแบบยกให้ผมเป็นคนตัดสินใจเต็มที่
“ลุงรอนเคยพาหน่องไปตกปลามั้ย” ผมถามด้วยเสียงที่ชักจะสั่น ด้วยความตื่นเต้นกับเกมชั่วร้ายที่ผมเพิ่งนึกขึ้นได้เดี๋ยวนั้น และความตื่นเต้นที่ว่า มันเกิดขึ้นพร้อมกับท่อนเนื้อในกางเกงฟุตบอลของผม ชักจะเกร็งตัวเหยียดตั้งขึ้นมา หน่องพยักหน้า
“เคยใช้หนอนตกปลามั้ย” ผมถามอีก
“เคยใช้แต่ไส้เดือน พ่อขุดให้” เขาตอบ สายตาเลื่อนไล้ไปตามท่อนขาที่ดกดำไปด้วยขนของผม
“เอาล่ะ” ผมพูดพร้อมกับขยับตัวให้ความอึดอัดในกางเกงผ่อนคลายลง
“เกมนี้ เรียกว่าเกมปลากินหนอน เล่นง่ายๆ คือหน่องต้องเป็นปลา แล้วหาหนอนให้พบ”
“โอเคครับ” หน่องรับคำง่ายๆ
.. แสงบางๆ จากหลอดไฟกลางห้องที่ลอดผ้าห่มเข้ามาในเตียงของผมตอนนี้ ผมเห็นหน่องนั่งนิ่ง เม้มริมฝีปากแน่น ผมคิดว่าเขาคงรู้สึกได้ว่าเกมนี้ไม่เหมือนเกมอื่นๆ เพราะดูเขาเงียบและสงบกว่าที่เคย ผมสิ กลับตื่นเต้น คิดถึงเรื่องร้ายๆ ที่อาจเกิดขึ้นหากผมปล่อยให้ “เกม” นี้ดำเนินต่อไป
.. สามัญสำนึกของผมตั้งคำถามถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นมากมายหลายอย่าง...
“หน่องต้องทำงี้นะ” ผมพูดขณะดึงผ้าห่มผืนบางอีกผืนขึ้นคลุมขาตัวเองจนถึงเอว ถ่างหัวเข่าทั้งสองออก
“หน่องต้องใช้มือสอดเข้าไปใต้ผ้าห่มนะ สมมุติว่าเป็นปลา แล้วหาหนอนให้พบ ต้องว่ายน้ำให้เหมือนปลาเข้าไปในถ้ำมืดๆ ถ้าเจอหนอนก็ให้จับเอาไว้ทันที เข้าใจมั้ย”
“ครับ” หน่องรับคำขณะขยับตัวเข้ามาใกล้
.. ผมรู้สึกได้ถึงการเต้นแรงของหัวใจตัวเอง เลือดฉีดขึ้นหน้าจนร้อนวูบไปหมดตอนที่เห็นมือน้อยๆ ของหน่องลอดใต้ผ้าห่มเข้าไป มือของหน่องสัมผัสในลักษณะลูบคลำท่อนขาของผม ตั้งแต่หัวเข่าเข้าไปหากลางลำตัวเรื่อยๆ จนถึงขอบกางเกงผ้าร่มของผม ผมกลั้นหายใจเมื่อมือของหน่องสอดผ่านขากางเกงเข้าไป และแตะส่วนหัวของควยผม
“อา...” ผมคราง แปลกใจที่เขาใช้เวลาน้อยมาก และไม่ลังเลเลยที่จะกำท่อนเนื้อของผมไว้ในอุ้งมือ
“หนอนใช่ไหมครับ” ญาติตัวน้อยของผมถาม
“ใช่แล้ว” ผมตอบอย่างตื่นเต้น
“เอาล่ะจับมันไว้แน่นๆ เลย” ผมพูดโดยไม่กลัวสักนิดว่าเขาจะทำให้ผมเจ็บ เขากำท่อนเนื้อของผมเอาไว้เต็มมือ แล้วขยับมือขึ้นลงช้าๆ อันเป็นการกระทำที่ผมคิดไม่ถึงมาก่อน
“อูย...ซีด...หน่อง พี่เสียวจัง” ผมคราง ตอนนี้ผมแน่ใจแล้วว่า เจ้าตัวเล็กคนนี้ “เล่นเป็น” จะเป็นมาจากไหนก็แล้วแต่... ซึ่งนั่นทำให้ผมกล้าพอที่จะเดินหน้าต่อไป
“ซีด...เจ้าปลาน้อยมันหิวหรือเปล่าล่ะหน่อง”
“หิวครับ” หน่องตอบขณะมือยังคงบีบและรูดท่อนเนื้อของผมอยู่ใต้ผ้าห่ม ซึ่งตอนนี้มันแข็งเหมือนหินไปแล้ว
.. แล้วโดยที่ผมไม่คาดคิด หน่องใช้มือข้างที่ว่างตวัดชายผ้าห่มออกจากร่างของผมไปกองอยู่ข้างๆ ภาพที่เขาเห็นตอนนี้คือท่อนเนื้อขนาดเจ็ดนิ้วของผม ผงาดง้ำออกมาจากขอบกางเกง และเต้นหงึกๆ อยู่ในอุ้งมือของเขา... น้ำเมือกใสๆ ปริ่มออกมาเต็มหัว หน่องส่งเสียงครางด้วยความตื่นเต้น
“หนอนของพี่ตัวใหญ่จังเลยครับ” ตอนนี้ ผมเองเป็นฝ่ายนิ่งแบบไม่รู้จะพูดหรือทำอะไร นอกจากขยับตัวเอนพิงหัวเตียงในท่าที่สบายขึ้น รวมทั้งหลับตาแน่น ปล่อยให้เกมนี้อยู่ในความควบคุมของเจ้าตัวเล็กแต่เพียงผู้เดียว
.. ผมได้ยินเสียงหน่องหายใจแรงๆ ด้วยความตื่นเต้น ขณะที่มือของเขาเริ่มขยับขึ้นลง เหมือนไฟฟ้าแล่นไปทั่วร่างของผมในทุกจังหวะที่มือน้อยๆ ของหน่องถอกควยของผม เพียงแค่ไม่กี่ครั้ง ผมก็ต้องหยุดมือเขาไว้...ก่อนที่ผมจะถึงจุดระเบิด และเมื่อผมมองไปที่หว่างขาของหน่อง ควยขนาดสามนิ้วครึ่งของเขาแข็งชี้ชันอยู่ตรงนั้น
.. ผมไม่รู้มาก่อนหรอกว่าควยของเด็กเก้าขวบสามารถแข็งตัวได้ขนาดนี้ น่าตื่นเต้นเป็นบ้า
“เฮ้ย อะไรน่ะ” ผมพูดล้อๆ ชี้ไปที่หว่างขาของเขา หน่องก้มลงมองควยตัวเอง ไม่รู้มาก่อนว่าตัวเองกำลังควยโด่
“หน่องก็มีหนอนน้อยของตัวเองเหมือนกันนะ” ผมพูดยิ้มๆ
“เหรอครับ” หน่องพูดแค่นั้นแล้วก็หันกลับมาสนใจควยของผมต่อ
“ถอดกางเกงได้มั้ยครับ เห็นไม่ชัดเลย” เขาขอดื้อๆ ขณะที่มือยังคงรูดควยของผมช้าๆ
“แน่ใจนะ” ผมถามเพื่อให้แน่ใจว่าเขาโอเคกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น
“ถ้าพี่ให้หน่องดู หน่องต้องไม่บอกใครนะ”
“ไม่หรอกครับ”
“ก็ได้”
.. ผมบอกพร้อมกับยกก้นขึ้น และใช้สองมือรูดขอบกางเกงฟุตบอลลงไปถึงหัวเข่าในจังหวะเดียว ควยแข็งปั๋งของผมดีดผึงขึ้นมา ผงาดง้ำอยู่ต่อหน้าญาติวัยเก้าขวบของผมโดยไม่มีอะไรปิดบัง มันเหยียดตัวเต็มความยาวของผม ชี้ชันขึ้นฟ้าเป็นมุมฉากกับลำตัว
.. ผมเงี่ยนอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน เมื่อเห็นสีหน้า โดยเฉพาะตาและปากของเขา ที่เปิดกว้างเหมือนกับควยของผมคือสิ่งที่ตื่นเต้นที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตของเขา
“โอโห ใหญ่จังครับ” เขาร้องดังจนผมต้องจุปากให้เขาเบาเสียง
“หน่องยังอยากเป็นปลาที่กินหนอนอยู่อีกหรือเปล่า” ผมถาม ขณะที่เอื้อมมือลงไปกำที่ฐานควย แล้วบีบเบาๆ ก่อนจะดันควยชี้ไปยังปากของหน่อง
.. ตอนนี้ผมเงี่ยนจัดจนกลัวว่ายังไม่ทันที่หน่องจะทำอะไร ผมจะกระฉูดเอาเสียก่อน หน่องพยักหน้าโดยไม่พูดอะไร
“แน่ใจนะ” ผมถามไปงั้นแหละ รู้ดีหรอกว่าเขาอยาก แทนคำตอบ หน่องขยับตัวและก้มหน้าหาควยที่ชี้ชันอยู่ตรงหน้า
“เอาล่ะ ปลามันกินหนอนโดยการอมเฉยๆ ไม่กัด ใช้แค่ริมฝีปากกับลิ้นเท่านั้น เอาล่ะ ลองดู”
.. ตาของหน่องยังคงมีแววตื่นเต้นขณะก้มหน้าลงไปดูดควยผม สำหรับผมแล้ว ภาพทั้งหมดเหมือนกับหนังสโลโมชั่น... แล้วผมก็เสียววูบเมื่อหัวควยของผมถูกดูดวูบเข้าไปในปากของหน่อง จ๊วบเดียวถึงเงี่ยง
“อูย...ดีจัง” ผมครางขณะที่หน่องเริ่มขยับหัวขึ้นลง แก้มใสๆ ของเขาตอบเข้าไปเพราะแรงดูด โดยที่ฟันของเขาไม่กระทบเนื้อผมเลย
“อย่างนั้นแหละหน่อง อูย...เก่งมาก ใช้ลิ้นหน่อย เลียตรงปลายมันน่ะ...อูย...ซีด...อย่างนั้นแหละ”
.. ทันใดนั้นหน่องก็หยุด เงยหน้าขึ้นมามองผม น้ำเงี่ยนใสยาวเป็นเส้นเชื่อมระหว่างริมฝีปากล่างของเขากับหัวควยของผม ภาพที่เห็นทำให้ผมเกือบกระฉูดในทันที ถ้าไม่ห่วงว่าหน่องจะตกใจที่อยู่ๆ ผมก็พ่นเมือกขาวๆ ใส่หน้าเขาล่ะก็
“หน่องทำถูกมั้ยครับ” เขาถาม ดวงตายังส่อแววตื่นเต้นและสนุกสนาน
“แจ๋วเลย” ผมพูดขณะที่มือกระตุกควยตัวเองช้าๆ แทบไม่เชื่อว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับผมตอนนี้คือความจริง
“รสชาติมันตลกดีนะครับ” หน่องพูดขณะยกหลังมือขึ้นเช็ดปาก
“หนอนมันก็รสชาติแบบนี้แหละ” ผมบอก รู้สึกโง่ๆ พิกล แต่ก็ยังอยากที่จะใช้ภาษาในเกมนี้กับหน่องต่อ
“แล้วหน่องรู้มั้ยว่า บางทีหนอนมันก็อ๊วกได้นะ” หน่องส่ายหน้า
“จริงๆ นะ บางที ถ้าปลาดูดมันนานๆ หนอนก็จะพ่นน้ำเมือกขาวๆ ออกมาเพื่อไม่ให้ปลายุ่งกับมันอีก”
“จริงหรือครับ” หน่องถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ควยอันน้อยของเขาชี้ชันราบไปกับหน้าท้องเรียบของเขา
“จริงสิ” ผมย้ำ
“มันทำงั้นเพื่อไม่ให้ปลากินมันไง”
“แล้วของพี่ทำได้หรือเปล่า มันอ๊วกได้หรือเปล่าล่ะ” หน่องถาม
“แน่นอน”
.. ผมพูดขณะรู้สึกว่าน้ำเงี่ยนกำลังรวมตัวแน่นอยู่ในถุงอัณฑะ จากนั้นผมก็โน้มตัวลงไปจับควยอันน้อยของหน่องด้วยมือขวา มันร้อนและแข็งปั๋ง ผมบีบและคลึงเบาๆ ด้วยนิ้วโป้งและนิ้วชี้ รู้สึกถึงอาการกระตุกหงึกของมัน หน่องไม่พูดอะไรสักคำขณะก้มลงมองหัวควยตัวเองที่ถูกผมรูดให้อยู่
“ดีมั้ย” ผมเอ่ยปากถามเพราะอยากรู้ว่าเขามีความสุขแค่ไหน กับการที่ผมชักว่าวให้เขาอยู่แบบนี้ เขาพยักหน้าแทนคำตอบ
.. มือขวาชักว่าวให้หน่อง มือซ้ายชักว่าวให้ตัวเอง ครู่เดียวเท่านั้นผมก็รู้สึกตัวว่าไม่รอดแล้ว
“เอาล่ะหน่อง พี่จะนอนลง หน่องอยู่ที่เดิมนะ” ผมบอกขณะนอนตะแคงลงบนเตียง
“เอาล่ะ ทีนี้หน่องนอนเอาขามาทางหัวพี่นี่ แบบนี้พี่จะเล่นหนอนน้อยของหน่องได้ แล้วหน่องก็ได้ดูหนอนพี่ชัดๆ ไง” หน่องทำตามที่ผมบอกอย่างว่าง่าย ทำให้เราสองคนนอนตะแคงอยู่ในท่าหกสิบเก้าทันที แม้จะเป็นท่าหกสิบเก้าที่ผมต้องงอตัวมากกว่าปกติอยู่สักหน่อยก็เถอะ
.. และก่อนที่ผมจะทำอะไรเขาก็คว้าควยของผมใส่ปากอีกครั้ง
“อูย...หน่องจ๋า...ดีเหลือเกิน กินหนอนต่อไปอย่างที่พี่สอนนะ ใช้ลิ้นเลียมันด้วย ซีด...เดี๋ยวพี่จะกินหนอนของหน่องมั่ง”
ว่าแล้วผมก็ดูดควยเล็กๆ ของหน่องเข้าปาก เป็นควยเด็กท่อนแรกที่ผมเคยดูด รสชาติของมันเยี่ยมมาก หอมหวานอย่างที่ผมไม่เคยรู้สึกมาก่อน
.. ผมเม้มริมฝีปากเพียงเบาๆ ขณะรูดขึ้นลง ไม่นาน หน่องก็เริ่มกระเด้าสะโพกถี่ๆ ผมหยุดขยับ ปล่อยให้เขา “เย็ดปาก” ผมเอง ผมรู้ว่าเขากำลังถึงจุดสุดยอด ท่อนเขาของเขาเกร็งแน่นขณะควยอันน้อยกระตุกหงึกรุนแรงสองสามที หน่องครางเสียงดังขณะที่ผมรับรู้ถึงรสชาติเค็มปะแล่มในปาก น้ำเงี่ยนของหน่องแม้จะมีน้อย แต่ก็พุ่งแรง ผมกลืนกินจนหมด รวมทั้งดูดเอาส่วนที่ค้างอยู่ในท่อออกมาจนเกลี้ยงเกลาด้วย
.. ใครจะคิดว่า ในชีวิตนี้ผมจะมีโอกาสได้ดูดควยเด็กอายุเก้าขวบจนน้ำแตกใส่ปากแบบนี้ พอคิดแบบนี้ผมก็สุดทนเหมือนกัน ผมกระตุกควยออกจากปากหน่องทันที
“อ๊าก...หน่อง เอาละนะ มันจะอ๊วกแล้วนะ” หน่องเงยหน้าขึ้นจากหน้าตักของผม ขณะที่ผมแอ่นตัวดันสะโพกลอยสูงขึ้น เท่ากับว่าควยของผมตามใบหน้าของหน่องขึ้นไปติดๆ
“โอย...ออกแล้ว” ผมร้องเสียงดังขณะน้ำเงี่ยนแตกกระจาย
.. หน่องก้มหน้าลงมาดูให้ชัดโดยไม่รู้ว่าอ๊วกของหนอนตัวนี้จะมีมากและพุ่งแรงแค่ไหน นั่นทำให้น้ำเงี่ยนของผมกระจายใส่หน้าของเขาเต็มที่
“อือ...” ผมส่งเสียงครางผ่านฟันที่กัดเอาไว้แน่น ขณะที่อาการน้ำแตกอย่างรุนแรงที่สุดในชีวิตเริ่มสงบลง
.. หน่องนั่งตัวตรงอยู่ข้างๆ โดยมีน้ำเงี่ยนของผมเลอะไปทั่วหน้า ทั้งจมูก แก้ม ปาก บางส่วนย้อยเป็นสายอยู่ที่ปลายคาง รวมถึงที่หน้าอกของเขาด้วย
.. ภาพเด็กวัยเก้าขวบหน้าตาหล่อเหลาน่ารัก เปลือยร่างกายที่เลอะไปด้วยน้ำเงี่ยนจากควยของผมตรงหน้านี้ เป็นภาพที่ทำให้ผมอยากจะกระฉูดอีกหน เขาแลบลิ้นออกมาชิมน้ำเงี่ยนของผมเข้าไปเล็กน้อย ก่อนที่ผมจะเอื้อมมือไปหยิบผ้าขนหนูที่พาดพนักเก้าอี้ข้างเตียงมาให้เช็ดทำความสะอาดให้เขา
“รสแปลกๆ นะครับ แต่อร่อยดี” ผมยิ้มแล้วบอกว่า
“ของหน่องก็อร่อยเหมือนกัน” เราสองคนหัวเราะให้กันอย่างมีความสุข
.. คืนนั้นผมชวนให้เขานอนด้วยกับกับผม ท่าทีเขาตื่นเต้นมาก และดูเหมือนจะลืมเกมปลากินหนอนของเราไปแทบจะทันที
.. ก่อนจะหลับไปในคืนนั้น ผมได้ตะล่อมถามหน่องจนได้ความว่า การที่เขาดูเหมือน “รู้จัก” เกมปลากินหนอนของเราในคืนนี้ดีพอควรนั้น เป็นเพราะเขาเขาเคยเล่นหนอนน้อยของลุงรอน พ่อของเขามาเสียนักต่อนักแล้ว ผิดแต่เพียงว่าลุงรอนกับหน่อง เรียกชื่อเกมของเขาแตกต่างออกไปเท่านั้น รวมทั้งรู้ด้วยว่า เกมเสียวระหว่างพ่อลูกนี่แหละ ที่ทำให้ป้าแพร แม่ของหน่องทนไม่ได้ และครอบครัวเล็กๆ ของหน่องกำลังถึงจุดล่มสลายอย่างที่เป็นอยู่
.. แต่ตอนนี้ ดูเหมือนหน่องจะไม่ใส่ใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเขานัก ตาของเขาหรี่ปรืออย่างเด็กที่กำลังง่วงจัด และกอดก่ายผมแน่น ผมดึงผ้าห่มขึ้นคลุมร่างเปลือยของเรา คืนนี้ผมคงนอนไม่หลับด้วยความตื่นเต้นกับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่ผมจะปล่อยให้หน่องหลับเต็มที่ จนกว่าจะถึงคืนพรุ่งนี้ ที่ผมจะสอนให้เขารู้ว่า หนอนของผมนั้น มันหลบลงรูแคบๆ ได้อย่างไร...
ผมอายุ 23 เพิ่งจบจากรามคำแหงหมาดๆ ตอนนี้ผมกลับมาอยู่บ้านแม่ที่ต่างจังหวัด ระหว่างที่ยังหางานทำไม่ได้ ช่วงนี้ หลานชายวัยเก้าขวบของผมชื่อ “หน่อง” ถูกส่งมาอยู่กับเราด้วย แม่บอกว่าลุงรอนกับป้าแพรกำลังทำเรื่องหย่ากัน แม่ไม่อยากให้หน่องอยู่รับรู้เรื่องแบบนั้นของพ่อแม่ จึงรับตัวมาอยู่ด้วยจนกว่าเรื่องจะเรียบร้อย
.. แน่นอนว่าผมกับหลานต้องนอนห้องเดียวกัน เพราะบ้านเราไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้พบกับหลานชายคนนี้ แรกเมื่อรู้ว่าจะต้องนอนร่วมห้องกับเขาก็ไม่ชอบใจนัก แต่พอเวลาผ่านไปได้ไม่ถึงอาทิตย์ ผมกับเขา “สนิท” กันมากกว่าที่คิด อาจเป็นเพราะผมไม่เคยมีน้อง และเจ้าหน่องก็เป็นเด็กว่าง่าย และตามใจผมทุกอย่างก็เป็นได้
.. เตียงในห้องของผมเป็นเตียงสองชั้น แน่นอน หน่องนอนชั้นบน ซึ่งก็ต้องเป็นอย่างนั้น เพราะห้าปีที่ผมไปอยู่กรุงเทพฯ นั้น ผมทั้งสูงทั้งใหญ่ขึ้นจนน่ากลัวว่า เตียงเก่าที่เคยนอนมาแต่แบเบาะหลังนี้จะรับน้ำหนักไม่ไหว
.. พ่อแม่ผมเข้านอนแต่หัวค่ำ แต่ผมกับหน่องนอนดึก เราเล่นเกมกันก่อนนอนเสมอ เกมที่เขาชอบที่สุดคือเกมล่มเรือ โดยเราสมมุติเอาว่าเตียงชั้นบนเป็นเรือ ผมจับเสาเตียงแล้วเขย่าไปมา เจ้าตัวเล็กหัวเราะชอบใจเสียงดังกับเกมนี้เสมอ
.. ส่วนอีกเกมคือ “ถ้ำลึกลับ” ที่ผมได้มาจากการออกค่ายสมัยเรียนอยู่ปีสอง ผมจะใช้ผ้าห่มสอดใต้ฟูกของเขา แล้วปล่อยชายลงมาคุมเตียงของผมจนมิด สมมุติว่าเตียงของผมเป็นถ้ำลึกลับ หรือเป็นปราสาท เป็นวัง หรือเป็นอะไรก็แล้วจะนึก ผมอยู่ข้างในใช้ไฟฉายส่องบนผ้าห่มเป็นตัวหนังสือให้เขาอ่าน ถ้าเขาอ่านและผสมคำถูก เขาก็ได้เข้ามา โดยจะมีรางวัลเป็นขนม ลูกอมรออยู่ข้างใน
.. ผมมักใส่กางเกงฟุตบอลผ้าร่ม กับเสื้อกล้ามตัวโคร่งนอนเสมอ แน่นอน ไม่ใส่กางเกงใน ผมไม่ใส่ใจเรื่องชุดนอนของผมนัก รู้หรอกว่ามันโป๊ แต่ไม่มีอะไรน่าห่วงนี่ครับ เขาเป็นเด็กตัวเล็กๆ เท่านั้น ผมคิดแบบนั้นโดยลืมไปว่า ธรรมชาติของเด็กวัยนี้นั้น อยากรู้อยากเห็นเป็นที่สุด
.. คืนนี้ผมเป็นโจรสลัดร้าย ปีนขึ้นไปบนเรือของหน่อง เจ้าหนูหัวเราะเสียงดังขณะที่ผมคว้าขาของเขา เขาทั้งกรีดทั้งร้องด้วยความสนุก ดิ้นจนตุ๊กตาหลายขนาดของเขากระจุยกระจาย ดิ้นจนกางเกงนอนตัวจ้อยของเขาหลุดติดมือของผมออกมา “อย่า อย่า ไม่เอา...” เขากรีดร้องปนเสียงหัวเราะ ดังจนผมต้องยกนิ้วแตะริมฝีปากเป็นสัญญาณให้เขาเงียบ แต่ไร้ผล ผมห่วงว่าเสียงของเจ้าตัวเล็กจะปลุกให้พ่อของผมตื่นขึ้นมา พ่อผมเป็นคนขี้โมโห ผมไม่อยากให้หน่องโดนตีเหมือนอย่างที่ผมเคยโดนตอนอายุเท่าเขา
.. “หน่อง” ผมเรียกเขาเบาๆ “เข้ามาในถ้ำลึกลับของพี่ดีกว่า คืนนี้ไม่ต้องใช้โค้ดลับหรอก” เขาเบิ่งตาโตกับคำเชื้อเชิญของผม ซึ่งเขาไม่เคยได้รับง่ายดายแบบนี้มาก่อน
.. เขาคว้าตุ๊กตาหมีตัวเก่ง แล้วไต่บันไดเตียงลงมาโดยไม่ใส่ใจกางเกงนอนของเขา ที่ผมวางเอาไว้ให้
.. เขาผลุบเข้ามาในเตียงของผมในสภาพท่อนล่างที่เปล่าเปลือย ผมเห็นก้นกลมๆ ของเขาเต็มตา รวมถึงควยอันน้อยที่แกว่งไกวอย่างชัดเจนด้วย ขนแม้สักเส้นก็ยังไม่มีให้เห็น และถ้าผมตาไม่ฝาด ก่อนที่เขาจะนั่งลงในท่าขัดสมาธิที่ปลายเตียง และบังสายตาผมจากส่วนกลางลำตัวเขาด้วยเข่า และท่อนขาเรียบลื่นนั้น ผมว่าผมเห็นควยของเขาอยู่ในลักษณะชูชันทีเดียว ส่วนขนาดนั้น ถือว่าไม่เลวทีเดียวเมื่อเทียบกับกับอายุของเขา
.. แม้จะยังเป็นเด็ก แต่หน้าอกและหน้าท้องของเด็กคนนี้แน่นเป็นแผง หัวนมเล็กจ้อยเป็นสีชมพู ผมมองหน้าตาที่เรียวเป็นรูปไข่ ตาโต คิ้วดก ปากสวย เด็กคนนี้ได้มรดกรูปโฉมจากพ่อของเขามาเต็มที่ โตขึ้น เจ้าหน่องต้องหล่ออย่างหาตัวจับยากทีเดียว
.. นี่เป็นครั้งแรกที่ผมพิจารณาเด็กชายคนนี้อย่างชื่นชม ผมผ่านผู้ชายมามากมายระหว่างเรียนอยู่ที่รามคำแหง ทั้งผู้ชายมาดแมนกล้ามเป็นมัดๆ แบบนักกีฬา ทั้งผู้ใหญ่รุ่นพ่อ หรืออ้อนแอ้นแบบกระเทยแต่งผู้หญิง ผมก็เคยเอามาแล้วทั้งนั้น แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกแบบนี้กับเด็กตัวน้อยๆ แบบนี้ ผมว่า ส่วนหนึ่งอาจจะเกิดขึ้นจาก การที่ได้เห็นหน่องแอบมองหว่างขาของผมเสมอถ้ามีโอกาส
.. เช่นวันก่อน ที่โซฟาหน้าทีวี ผมแกล้งนั่งนิ่งๆ ถ่างขาออกกว้าง ทำทีเป็นสนใจหนังสือในมือ แต่ตาผมจับอยู่ที่กระจกเงาข้างฝา ภาพสะท้อนของหน่องในกระจกเงาบานนั้น กำลังมองหว่างขาผมอย่างตั้งอกตั้งใจ นั่นทำให้คืนนี้ ผมอยากจะลองใจหน่องให้มากกว่านี้
.. ผมขยับตัวขึ้นไปนั่งพิงหัวเตียง ยกหัวเข่าขึ้นแล้วถ่างขาออก ถ้าหน่องอยากดู เขาก็จะได้เห็นเครื่องเคราของผม ผ่านขากางเกงฟุตบอลแบบค่อนข้างชัดเจนทีเดียว ตาของหน่องกวาดไปรอบๆ เหมือนหาอะไรบางอย่าง แต่ครู่เดียวก็มาหยุดอยู่ที่หว่างขาของผม
.. ผมขยับขาให้ถ่างกว้างขึ้น เพื่อตอบสนองสายตาอยากรู้อยากเห็นของเขาอย่างเต็มที่ จนถึงตอนนี้ผมยังไม่รู้เลยว่า ตัวเองกำลังทำอะไรอยู่
“พี่จะเล่นอะไรล่ะ” เขาถามขึ้นมาดื้อๆ เล่นเอาผมสะดุ้ง
“พี่ว่าเราเล่นอะไรแบบเงียบๆ ดีกว่านะ” ผมพูดขณะมองท่อนเนื้อเล็กๆ ของหน่องที่โผล่ออกมารำไรเมื่อเขาขยับขา
“ก็ได้ครับ” เขาพูดแบบยกให้ผมเป็นคนตัดสินใจเต็มที่
“ลุงรอนเคยพาหน่องไปตกปลามั้ย” ผมถามด้วยเสียงที่ชักจะสั่น ด้วยความตื่นเต้นกับเกมชั่วร้ายที่ผมเพิ่งนึกขึ้นได้เดี๋ยวนั้น และความตื่นเต้นที่ว่า มันเกิดขึ้นพร้อมกับท่อนเนื้อในกางเกงฟุตบอลของผม ชักจะเกร็งตัวเหยียดตั้งขึ้นมา หน่องพยักหน้า
“เคยใช้หนอนตกปลามั้ย” ผมถามอีก
“เคยใช้แต่ไส้เดือน พ่อขุดให้” เขาตอบ สายตาเลื่อนไล้ไปตามท่อนขาที่ดกดำไปด้วยขนของผม
“เอาล่ะ” ผมพูดพร้อมกับขยับตัวให้ความอึดอัดในกางเกงผ่อนคลายลง
“เกมนี้ เรียกว่าเกมปลากินหนอน เล่นง่ายๆ คือหน่องต้องเป็นปลา แล้วหาหนอนให้พบ”
“โอเคครับ” หน่องรับคำง่ายๆ
.. แสงบางๆ จากหลอดไฟกลางห้องที่ลอดผ้าห่มเข้ามาในเตียงของผมตอนนี้ ผมเห็นหน่องนั่งนิ่ง เม้มริมฝีปากแน่น ผมคิดว่าเขาคงรู้สึกได้ว่าเกมนี้ไม่เหมือนเกมอื่นๆ เพราะดูเขาเงียบและสงบกว่าที่เคย ผมสิ กลับตื่นเต้น คิดถึงเรื่องร้ายๆ ที่อาจเกิดขึ้นหากผมปล่อยให้ “เกม” นี้ดำเนินต่อไป
.. สามัญสำนึกของผมตั้งคำถามถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นมากมายหลายอย่าง...
“หน่องต้องทำงี้นะ” ผมพูดขณะดึงผ้าห่มผืนบางอีกผืนขึ้นคลุมขาตัวเองจนถึงเอว ถ่างหัวเข่าทั้งสองออก
“หน่องต้องใช้มือสอดเข้าไปใต้ผ้าห่มนะ สมมุติว่าเป็นปลา แล้วหาหนอนให้พบ ต้องว่ายน้ำให้เหมือนปลาเข้าไปในถ้ำมืดๆ ถ้าเจอหนอนก็ให้จับเอาไว้ทันที เข้าใจมั้ย”
“ครับ” หน่องรับคำขณะขยับตัวเข้ามาใกล้
.. ผมรู้สึกได้ถึงการเต้นแรงของหัวใจตัวเอง เลือดฉีดขึ้นหน้าจนร้อนวูบไปหมดตอนที่เห็นมือน้อยๆ ของหน่องลอดใต้ผ้าห่มเข้าไป มือของหน่องสัมผัสในลักษณะลูบคลำท่อนขาของผม ตั้งแต่หัวเข่าเข้าไปหากลางลำตัวเรื่อยๆ จนถึงขอบกางเกงผ้าร่มของผม ผมกลั้นหายใจเมื่อมือของหน่องสอดผ่านขากางเกงเข้าไป และแตะส่วนหัวของควยผม
“อา...” ผมคราง แปลกใจที่เขาใช้เวลาน้อยมาก และไม่ลังเลเลยที่จะกำท่อนเนื้อของผมไว้ในอุ้งมือ
“หนอนใช่ไหมครับ” ญาติตัวน้อยของผมถาม
“ใช่แล้ว” ผมตอบอย่างตื่นเต้น
“เอาล่ะจับมันไว้แน่นๆ เลย” ผมพูดโดยไม่กลัวสักนิดว่าเขาจะทำให้ผมเจ็บ เขากำท่อนเนื้อของผมเอาไว้เต็มมือ แล้วขยับมือขึ้นลงช้าๆ อันเป็นการกระทำที่ผมคิดไม่ถึงมาก่อน
“อูย...ซีด...หน่อง พี่เสียวจัง” ผมคราง ตอนนี้ผมแน่ใจแล้วว่า เจ้าตัวเล็กคนนี้ “เล่นเป็น” จะเป็นมาจากไหนก็แล้วแต่... ซึ่งนั่นทำให้ผมกล้าพอที่จะเดินหน้าต่อไป
“ซีด...เจ้าปลาน้อยมันหิวหรือเปล่าล่ะหน่อง”
“หิวครับ” หน่องตอบขณะมือยังคงบีบและรูดท่อนเนื้อของผมอยู่ใต้ผ้าห่ม ซึ่งตอนนี้มันแข็งเหมือนหินไปแล้ว
.. แล้วโดยที่ผมไม่คาดคิด หน่องใช้มือข้างที่ว่างตวัดชายผ้าห่มออกจากร่างของผมไปกองอยู่ข้างๆ ภาพที่เขาเห็นตอนนี้คือท่อนเนื้อขนาดเจ็ดนิ้วของผม ผงาดง้ำออกมาจากขอบกางเกง และเต้นหงึกๆ อยู่ในอุ้งมือของเขา... น้ำเมือกใสๆ ปริ่มออกมาเต็มหัว หน่องส่งเสียงครางด้วยความตื่นเต้น
“หนอนของพี่ตัวใหญ่จังเลยครับ” ตอนนี้ ผมเองเป็นฝ่ายนิ่งแบบไม่รู้จะพูดหรือทำอะไร นอกจากขยับตัวเอนพิงหัวเตียงในท่าที่สบายขึ้น รวมทั้งหลับตาแน่น ปล่อยให้เกมนี้อยู่ในความควบคุมของเจ้าตัวเล็กแต่เพียงผู้เดียว
.. ผมได้ยินเสียงหน่องหายใจแรงๆ ด้วยความตื่นเต้น ขณะที่มือของเขาเริ่มขยับขึ้นลง เหมือนไฟฟ้าแล่นไปทั่วร่างของผมในทุกจังหวะที่มือน้อยๆ ของหน่องถอกควยของผม เพียงแค่ไม่กี่ครั้ง ผมก็ต้องหยุดมือเขาไว้...ก่อนที่ผมจะถึงจุดระเบิด และเมื่อผมมองไปที่หว่างขาของหน่อง ควยขนาดสามนิ้วครึ่งของเขาแข็งชี้ชันอยู่ตรงนั้น
.. ผมไม่รู้มาก่อนหรอกว่าควยของเด็กเก้าขวบสามารถแข็งตัวได้ขนาดนี้ น่าตื่นเต้นเป็นบ้า
“เฮ้ย อะไรน่ะ” ผมพูดล้อๆ ชี้ไปที่หว่างขาของเขา หน่องก้มลงมองควยตัวเอง ไม่รู้มาก่อนว่าตัวเองกำลังควยโด่
“หน่องก็มีหนอนน้อยของตัวเองเหมือนกันนะ” ผมพูดยิ้มๆ
“เหรอครับ” หน่องพูดแค่นั้นแล้วก็หันกลับมาสนใจควยของผมต่อ
“ถอดกางเกงได้มั้ยครับ เห็นไม่ชัดเลย” เขาขอดื้อๆ ขณะที่มือยังคงรูดควยของผมช้าๆ
“แน่ใจนะ” ผมถามเพื่อให้แน่ใจว่าเขาโอเคกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น
“ถ้าพี่ให้หน่องดู หน่องต้องไม่บอกใครนะ”
“ไม่หรอกครับ”
“ก็ได้”
.. ผมบอกพร้อมกับยกก้นขึ้น และใช้สองมือรูดขอบกางเกงฟุตบอลลงไปถึงหัวเข่าในจังหวะเดียว ควยแข็งปั๋งของผมดีดผึงขึ้นมา ผงาดง้ำอยู่ต่อหน้าญาติวัยเก้าขวบของผมโดยไม่มีอะไรปิดบัง มันเหยียดตัวเต็มความยาวของผม ชี้ชันขึ้นฟ้าเป็นมุมฉากกับลำตัว
.. ผมเงี่ยนอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน เมื่อเห็นสีหน้า โดยเฉพาะตาและปากของเขา ที่เปิดกว้างเหมือนกับควยของผมคือสิ่งที่ตื่นเต้นที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตของเขา
“โอโห ใหญ่จังครับ” เขาร้องดังจนผมต้องจุปากให้เขาเบาเสียง
“หน่องยังอยากเป็นปลาที่กินหนอนอยู่อีกหรือเปล่า” ผมถาม ขณะที่เอื้อมมือลงไปกำที่ฐานควย แล้วบีบเบาๆ ก่อนจะดันควยชี้ไปยังปากของหน่อง
.. ตอนนี้ผมเงี่ยนจัดจนกลัวว่ายังไม่ทันที่หน่องจะทำอะไร ผมจะกระฉูดเอาเสียก่อน หน่องพยักหน้าโดยไม่พูดอะไร
“แน่ใจนะ” ผมถามไปงั้นแหละ รู้ดีหรอกว่าเขาอยาก แทนคำตอบ หน่องขยับตัวและก้มหน้าหาควยที่ชี้ชันอยู่ตรงหน้า
“เอาล่ะ ปลามันกินหนอนโดยการอมเฉยๆ ไม่กัด ใช้แค่ริมฝีปากกับลิ้นเท่านั้น เอาล่ะ ลองดู”
.. ตาของหน่องยังคงมีแววตื่นเต้นขณะก้มหน้าลงไปดูดควยผม สำหรับผมแล้ว ภาพทั้งหมดเหมือนกับหนังสโลโมชั่น... แล้วผมก็เสียววูบเมื่อหัวควยของผมถูกดูดวูบเข้าไปในปากของหน่อง จ๊วบเดียวถึงเงี่ยง
“อูย...ดีจัง” ผมครางขณะที่หน่องเริ่มขยับหัวขึ้นลง แก้มใสๆ ของเขาตอบเข้าไปเพราะแรงดูด โดยที่ฟันของเขาไม่กระทบเนื้อผมเลย
“อย่างนั้นแหละหน่อง อูย...เก่งมาก ใช้ลิ้นหน่อย เลียตรงปลายมันน่ะ...อูย...ซีด...อย่างนั้นแหละ”
.. ทันใดนั้นหน่องก็หยุด เงยหน้าขึ้นมามองผม น้ำเงี่ยนใสยาวเป็นเส้นเชื่อมระหว่างริมฝีปากล่างของเขากับหัวควยของผม ภาพที่เห็นทำให้ผมเกือบกระฉูดในทันที ถ้าไม่ห่วงว่าหน่องจะตกใจที่อยู่ๆ ผมก็พ่นเมือกขาวๆ ใส่หน้าเขาล่ะก็
“หน่องทำถูกมั้ยครับ” เขาถาม ดวงตายังส่อแววตื่นเต้นและสนุกสนาน
“แจ๋วเลย” ผมพูดขณะที่มือกระตุกควยตัวเองช้าๆ แทบไม่เชื่อว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับผมตอนนี้คือความจริง
“รสชาติมันตลกดีนะครับ” หน่องพูดขณะยกหลังมือขึ้นเช็ดปาก
“หนอนมันก็รสชาติแบบนี้แหละ” ผมบอก รู้สึกโง่ๆ พิกล แต่ก็ยังอยากที่จะใช้ภาษาในเกมนี้กับหน่องต่อ
“แล้วหน่องรู้มั้ยว่า บางทีหนอนมันก็อ๊วกได้นะ” หน่องส่ายหน้า
“จริงๆ นะ บางที ถ้าปลาดูดมันนานๆ หนอนก็จะพ่นน้ำเมือกขาวๆ ออกมาเพื่อไม่ให้ปลายุ่งกับมันอีก”
“จริงหรือครับ” หน่องถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ควยอันน้อยของเขาชี้ชันราบไปกับหน้าท้องเรียบของเขา
“จริงสิ” ผมย้ำ
“มันทำงั้นเพื่อไม่ให้ปลากินมันไง”
“แล้วของพี่ทำได้หรือเปล่า มันอ๊วกได้หรือเปล่าล่ะ” หน่องถาม
“แน่นอน”
.. ผมพูดขณะรู้สึกว่าน้ำเงี่ยนกำลังรวมตัวแน่นอยู่ในถุงอัณฑะ จากนั้นผมก็โน้มตัวลงไปจับควยอันน้อยของหน่องด้วยมือขวา มันร้อนและแข็งปั๋ง ผมบีบและคลึงเบาๆ ด้วยนิ้วโป้งและนิ้วชี้ รู้สึกถึงอาการกระตุกหงึกของมัน หน่องไม่พูดอะไรสักคำขณะก้มลงมองหัวควยตัวเองที่ถูกผมรูดให้อยู่
“ดีมั้ย” ผมเอ่ยปากถามเพราะอยากรู้ว่าเขามีความสุขแค่ไหน กับการที่ผมชักว่าวให้เขาอยู่แบบนี้ เขาพยักหน้าแทนคำตอบ
.. มือขวาชักว่าวให้หน่อง มือซ้ายชักว่าวให้ตัวเอง ครู่เดียวเท่านั้นผมก็รู้สึกตัวว่าไม่รอดแล้ว
“เอาล่ะหน่อง พี่จะนอนลง หน่องอยู่ที่เดิมนะ” ผมบอกขณะนอนตะแคงลงบนเตียง
“เอาล่ะ ทีนี้หน่องนอนเอาขามาทางหัวพี่นี่ แบบนี้พี่จะเล่นหนอนน้อยของหน่องได้ แล้วหน่องก็ได้ดูหนอนพี่ชัดๆ ไง” หน่องทำตามที่ผมบอกอย่างว่าง่าย ทำให้เราสองคนนอนตะแคงอยู่ในท่าหกสิบเก้าทันที แม้จะเป็นท่าหกสิบเก้าที่ผมต้องงอตัวมากกว่าปกติอยู่สักหน่อยก็เถอะ
.. และก่อนที่ผมจะทำอะไรเขาก็คว้าควยของผมใส่ปากอีกครั้ง
“อูย...หน่องจ๋า...ดีเหลือเกิน กินหนอนต่อไปอย่างที่พี่สอนนะ ใช้ลิ้นเลียมันด้วย ซีด...เดี๋ยวพี่จะกินหนอนของหน่องมั่ง”
ว่าแล้วผมก็ดูดควยเล็กๆ ของหน่องเข้าปาก เป็นควยเด็กท่อนแรกที่ผมเคยดูด รสชาติของมันเยี่ยมมาก หอมหวานอย่างที่ผมไม่เคยรู้สึกมาก่อน
.. ผมเม้มริมฝีปากเพียงเบาๆ ขณะรูดขึ้นลง ไม่นาน หน่องก็เริ่มกระเด้าสะโพกถี่ๆ ผมหยุดขยับ ปล่อยให้เขา “เย็ดปาก” ผมเอง ผมรู้ว่าเขากำลังถึงจุดสุดยอด ท่อนเขาของเขาเกร็งแน่นขณะควยอันน้อยกระตุกหงึกรุนแรงสองสามที หน่องครางเสียงดังขณะที่ผมรับรู้ถึงรสชาติเค็มปะแล่มในปาก น้ำเงี่ยนของหน่องแม้จะมีน้อย แต่ก็พุ่งแรง ผมกลืนกินจนหมด รวมทั้งดูดเอาส่วนที่ค้างอยู่ในท่อออกมาจนเกลี้ยงเกลาด้วย
.. ใครจะคิดว่า ในชีวิตนี้ผมจะมีโอกาสได้ดูดควยเด็กอายุเก้าขวบจนน้ำแตกใส่ปากแบบนี้ พอคิดแบบนี้ผมก็สุดทนเหมือนกัน ผมกระตุกควยออกจากปากหน่องทันที
“อ๊าก...หน่อง เอาละนะ มันจะอ๊วกแล้วนะ” หน่องเงยหน้าขึ้นจากหน้าตักของผม ขณะที่ผมแอ่นตัวดันสะโพกลอยสูงขึ้น เท่ากับว่าควยของผมตามใบหน้าของหน่องขึ้นไปติดๆ
“โอย...ออกแล้ว” ผมร้องเสียงดังขณะน้ำเงี่ยนแตกกระจาย
.. หน่องก้มหน้าลงมาดูให้ชัดโดยไม่รู้ว่าอ๊วกของหนอนตัวนี้จะมีมากและพุ่งแรงแค่ไหน นั่นทำให้น้ำเงี่ยนของผมกระจายใส่หน้าของเขาเต็มที่
“อือ...” ผมส่งเสียงครางผ่านฟันที่กัดเอาไว้แน่น ขณะที่อาการน้ำแตกอย่างรุนแรงที่สุดในชีวิตเริ่มสงบลง
.. หน่องนั่งตัวตรงอยู่ข้างๆ โดยมีน้ำเงี่ยนของผมเลอะไปทั่วหน้า ทั้งจมูก แก้ม ปาก บางส่วนย้อยเป็นสายอยู่ที่ปลายคาง รวมถึงที่หน้าอกของเขาด้วย
.. ภาพเด็กวัยเก้าขวบหน้าตาหล่อเหลาน่ารัก เปลือยร่างกายที่เลอะไปด้วยน้ำเงี่ยนจากควยของผมตรงหน้านี้ เป็นภาพที่ทำให้ผมอยากจะกระฉูดอีกหน เขาแลบลิ้นออกมาชิมน้ำเงี่ยนของผมเข้าไปเล็กน้อย ก่อนที่ผมจะเอื้อมมือไปหยิบผ้าขนหนูที่พาดพนักเก้าอี้ข้างเตียงมาให้เช็ดทำความสะอาดให้เขา
“รสแปลกๆ นะครับ แต่อร่อยดี” ผมยิ้มแล้วบอกว่า
“ของหน่องก็อร่อยเหมือนกัน” เราสองคนหัวเราะให้กันอย่างมีความสุข
.. คืนนั้นผมชวนให้เขานอนด้วยกับกับผม ท่าทีเขาตื่นเต้นมาก และดูเหมือนจะลืมเกมปลากินหนอนของเราไปแทบจะทันที
.. ก่อนจะหลับไปในคืนนั้น ผมได้ตะล่อมถามหน่องจนได้ความว่า การที่เขาดูเหมือน “รู้จัก” เกมปลากินหนอนของเราในคืนนี้ดีพอควรนั้น เป็นเพราะเขาเขาเคยเล่นหนอนน้อยของลุงรอน พ่อของเขามาเสียนักต่อนักแล้ว ผิดแต่เพียงว่าลุงรอนกับหน่อง เรียกชื่อเกมของเขาแตกต่างออกไปเท่านั้น รวมทั้งรู้ด้วยว่า เกมเสียวระหว่างพ่อลูกนี่แหละ ที่ทำให้ป้าแพร แม่ของหน่องทนไม่ได้ และครอบครัวเล็กๆ ของหน่องกำลังถึงจุดล่มสลายอย่างที่เป็นอยู่
.. แต่ตอนนี้ ดูเหมือนหน่องจะไม่ใส่ใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเขานัก ตาของเขาหรี่ปรืออย่างเด็กที่กำลังง่วงจัด และกอดก่ายผมแน่น ผมดึงผ้าห่มขึ้นคลุมร่างเปลือยของเรา คืนนี้ผมคงนอนไม่หลับด้วยความตื่นเต้นกับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่ผมจะปล่อยให้หน่องหลับเต็มที่ จนกว่าจะถึงคืนพรุ่งนี้ ที่ผมจะสอนให้เขารู้ว่า หนอนของผมนั้น มันหลบลงรูแคบๆ ได้อย่างไร...
วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554
เรื่องเสียว : ให้ดิชั้นลองใหม่ๆบ้าง
เรื่องมันเกิดตอนที่ดิฉันอายุ 20 ค่ะ ดิฉันเป็นคนรูปร่างอวบ ที่เด่นที่สุดก็คือหน้าอกใหญ่ ใหญ่ขนาดที่ต้องสั่งตัด เสื้อยกทรงล่ะค่ะ ก็มันไม่มีไซส์ของดิฉันขายนี่ค่ะ ตอนนั้นมีแฟนแล้ว ซึ่งเป็นแฟนคนแรกในชีวิต เรารักกันมากและดิฉัน ก็ยอมมีอะไรกับเขาด้วยความเต็มใจมาตั้งแต่อายุ 17 ค่ะ วันที่เกิดเรื่องนั้น ดิฉันขับรถไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ที่กำลังไม่สบาย ที่บ้านของท่าน มีญาติลูกพี่ลูกน้องของดิฉันไปเยี่ยมในวันนั้นหลายคน รวมทั้งพี่โทนด้วยค่ะ พี่โทนเป็นลูกของลุงของดิฉัน เป็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่แต่ผิวคล้ำ ดิฉันชอบแซวเขาว่ายักษ์โทน เพื่อนๆ ของดิฉันที่เคยพบพี่โทนบอกกับดิฉันว่า "พี่แกนี่ น่ากลัวว่ะ ไม่มีผู้หญิงที่ไหนกล้าเป็นแฟนด้วยหรอก ตัวยังกะยักษ์ แล้วแกก็ระวังด้วยนะ ฉันว่าพี่แกมองแกหื่นๆ ว่ะ" ตอนนั้น ดิฉันก็ได้แต่หัวเราะ เพราะสำหรับดิฉันแล้ว มีแต่ความรักบริสุทธิ์ใจกับพี่ชายคนนี้เท่านั้น แต่ตอนนี้ดิฉันเชื่อเพื่อนดิฉัน โดยไม่มีข้อกังขาแล้วค่ะ เพราะในวันนั้น หลังจากที่เข้าไปเยี่ยมญาติท่านนั้นแล้ว ดิฉันก็แยกไปดูวีดีโอที่ห้องข้างๆ วีดีโอ หนังบู๊นะคะ ไม่ใช่อย่างว่าหรอกค่ะ แอร์ในห้องนั้นเย็น ดิฉันจึงนอนห่มผ้าดูวีดีโออยู่ในห้องคนเดียว สักครู่พี่โทนก็เดิน เข้ามาในห้อง แรกๆ ก็นั่งดูวีดีโอที่โซฟา สักครู่ก็บ่นว่าหนาว ขอเข้ามานอนในผ้าห่มด้วย ดิฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร ยอมให้เข้า มานอนด้วยกัน
แต่พี่โทนไม่ได้นอนเฉยๆ น่ะซิคะ แกเอื้อมมือมากอดเอวดิฉันไว้ เอาหน้าอก ท้อง และส่วนนั้น มาแนบกับหลัง ของดิฉันตลอดตัว ดิฉันเริ่มจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะมังกรพี่โทนกำลังพองดันกางเกงมาถูอยู่กับก้นของดิฉัน ดิฉันดิ้น ขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดของพี่โทน บอกแกว่า "อย่ารัดแน่นสิ จุ๊บอึดอัดนะพี่โทน" แต่ยิ่งดิ้น วงแขนพี่โทนยิ่งรัดแน่นกว่าเดิม จนมังกรของแกมาจุกอัดอยู่ที่ร่องก้นของดิฉัน มือของพี่โทนอ้อมมารัดอยู่ใต้หน้าอก นิ้วหัวแม่มือปัดถูกฐานหน้าอก แกถามว่า "นี่อะไรน่ะ" ดิฉันบอกว่า "ก็จะอะไรล่ะ" พี่โทนบอกว่า "อย่าบอกนะว่านมแก นี่มันขนาดนี้เลยเหรอ" แล้วพี่โทน ก็จับหน้าอกดิฉัน ลูบไล้ไปมาอย่างแผ่วเบา นิ้วมือปัดผ่านหัวนมดิฉันจนหวิวขนลุกทั้งตัว ดิฉันนอนตัวสั่น ไม่ใช่ว่าไม่เคย แต่มือพี่โทนลูบไล้อย่างสุภาพนุ่มนวล จนดิฉันเริ่มจะเคลิ้มตามไป พี่โทนหันตัวดิฉันกลับมาเผชิญหน้ากับแก แล้วโน้มหน้า ลงมาจูบปากดิฉัน สอดลิ้นเข้ามาในปาก ควานไปตามไรฟัน เพดานปาก ดิฉันเสียวท้องน้อยวูบๆ มือพี่โทนลูบไล้ไปตาม หน้าอก ลำตัว ลากไปที่เอว สะโพก แล้ววนกลับมาที่ขาด้านใน ดิฉันนอนตัวแข็ง มโนธรรมบอกว่าไม่ได้ นี่พี่ชายตัวเองนะ แต่ความต้องการภายในของดิฉันเรียกร้องอย่างรุนแรง อยากจะอ้าขาออกให้พี่โทนสัมผัสได้ถนัดๆ แต่ก็ไม่กล้า แต่มือพี่โทน ไวกว่า เพราะกำลังเคล้นคลึงลูบคลำไปทั่วเต่าน้อยของดิฉัน ตอนนั้นดิฉันแฉะไปหมดแล้ว อยากให้มังกรพี่โทนมาเย่อกับ เต่าน้อยเหลือเกิน พี่โทนยกสะโพกขึ้น แยกขาดิฉันออกแล้วเอามังกรของแกมาทาบทับเต่าน้อย มือก็ยกสะโพกของดิฉันกดไว้ กับตัวแก แล้วถูคลึงอย่างเมามัน ปากก็ประกบกับปากดิฉันอย่างหิวกระหาย ดิฉันทนต่อไปไม่ไหวแล้ว อ้าขายกขึ้นโอบรอบ สะโพกพี่โทน เอาเต่าน้อยแนบคลึงมังกรตัวโตของพี่โทน ทั้งที่เสื้อผ้าพี่โทนและดิฉันยังอยู่ครบ แต่มังกรพี่โทนก็เสียดสี บดขยี้โดนตรงเม็ดปุ่มเสียวของดิฉัน จนดิฉันเสียวซ่านไปทั้งท้อง ทั้งต้นขา ในที่สุดเต่าน้อยดิฉันก็ตอดตุบๆ ดิฉันถึงสวรรค์ ซะแล้วค่ะ ไม่น่าเชื่อเลย พี่โทนเห็นดิฉันเงียบไป ก็หยุดมองหน้าดิฉันแล้วยิ้มให้ ดิฉันลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้า แล้วบอกพี่โทน แบบโมโหว่า "อย่าทำกับจุ๊บแบบนี้อีกนะพี่โทน ขอให้มันเป็นครั้งสุดท้าย" แล้วดิฉันก็เดินมาลาญาติผู้ใหญ่แล้วขับรถออกไป
ดิฉันนัดกับแฟนว่าจะไปดูหนังกัน ระหว่างทางกลับ ดิฉันนึกถึงพี่โทนตลอดเวลา นี่ขนาดเราไม่ได้สัมผัสกันแบบ เนื้อต่อเนื้อ พี่โทนยังพาดิฉันขึ้นสวรรค์ได้ ถ้าได้เย่อกันจริงๆ จะขนาดไหน อดที่จะจินตนาการไม่ได้จริงๆ ค่ะ แต่หลังจาก นั้นมา ดิฉันกับพี่โทนก็ไม่เคยได้ทำอะไรแบบนั้นอีกเลย ขณะนี้พี่โทนก็แต่งงานไปแล้ว ดิฉันเคยได้ยินพี่สะใภ้คุยกับญาติๆ ดิฉันว่า พี่โทนเก่งจริงๆ ไม่มีพลาดเลยสักครั้ง ยิ่งทำออรัลนี่เด็ดสุด ดิฉันก็อดอิจฉาพี่สะใภ้ไม่ได้เลยค่ะ กลับมาเล่าต่อนะคะ เมื่อดิฉันขับรถไปถึงคอนโดของแฟน แฟนดิฉันบอกว่าโทรจองตั๋วหนังแล้ว อีกชั่วโมงหนึ่งค่อยไปรับตั๋ว แฟนดิฉันนั่งดูทีวี ต่อ ส่วนดิฉันออกไปโทรศัพท์หาเพื่อนที่ระเบียง เล่าเรื่องพี่โทนให้เพื่อนฟัง เพื่อนดิฉันตกใจมาก ไม่คิดว่าพี่ชายดิฉันจะ กล้าทำได้ เพื่อนดิฉันบอกให้ฟ้องญาติๆ แต่ดิฉันไม่กล้า เพราะดูเหตุการณ์แล้วดิฉันก็สมยอมด้วย ระหว่างที่กำลังคุยกัน อยู่นั่นเอง แฟนดิฉันเดินมายืนอยู่ข้างหลังเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เอามือมาบีบหน้าอกดิฉันเบาๆ แล้วลูบหน้าท้องดิฉันไปมา ดิฉันเลย ต้องวางสายเพื่อนไปก่อน พอเข้ามาในห้อง แฟนดิฉันถามว่า "พี่โทนทำอะไรจุ๊บ บอกมานะ" แล้วแฟนดิฉันก้มลงมาซุกไซ้ ซอกคอดิฉัน แล้วถามเบาๆ ว่า "พี่โทนทำแบบนี้รึเปล่า" เอื้อมมือหนึ่งเข้ามาในเสื้อ บีบเคล้นหน้าอกดิฉันอย่างแรง อีกมือ บีบก้นดิฉันแล้วกดเข้าแนบกับมังกรของเขา เขาถามว่า "พี่โทนทำแบบนี้ด้วยรึเปล่าจุ๊บ" ดิฉันไม่ตอบได้แต่ปล่อยให้เขาทำ ต่อไป เขาประกบปากกับดิฉันอย่างเร่าร้อน ควานลิ้นเข้ามาพันกับลิ้นดิฉันจนดิฉันซ่านไปหมด มือไม้อยู่ไม่สุกปลดกระดุม กางเกงดิฉัน แล้วเอาขาของเขาช่วยรูดให้พ้นไปจากตัวดิฉัน อุ้มดิฉันไปที่เตียง แล้วถอดเสื้อดิฉันออก จนดิฉันเหลือแต่ กางเกงในตัวเดียว ดิฉันนอนรอเขาถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมด เจ้ามังกรของเขาผงาดส่ายไปมาอยู่ตรงหน้า เขาก้มลง มาดูดหัวนมดิฉันอย่างแรง กัดเบาๆ แล้วเลียจนทั่วทั้งเต้านม ดิฉันเสียวท้องน้อยวาบๆ กดหัวเขาให้จมลึกลงในนมอีกข้าง ให้เขาดูดแรงยิ่งขึ้น ยิ่งแรงก็ยิ่งเสียว เขาเลียจนทั่วทั้งเต้านมอีกข้างแล้วค่อยๆ เลียไล่ลงไปจนถึงสะดือ ลิ้นเขาแหย่ลึก ลงใปในสะดือจนดิฉันจักกะจี้ หัวเราะเบาๆ เขาเงยหน้าขึ้นมามองดิฉันแล้วหัวเราะไปด้วย ลิ้นเขาไล่ต่ำลงไปเรื่อยๆ จนถึง ที่ที่ดิฉันรอคอย เขาสูดดมเต่าน้อยดิฉันผ่านกางเกงใน แล้วกดจมูกลงไปคลึงจนทั่ว แล้วค่อยๆ ถอดกางเกงในดิฉันออก ลิ้นเขาค่อยๆ แทรกลงไปตามร่อง ลากลิ้นสากๆ ไปทั่วทั้งซ้ายและขวา พอถึงปากทางสวรรค์ เขาแหย่ลิ้นตวัดเข้าออกอย่าง รวดเร็ว ดิฉันเสียวสุดๆ รู้สึกว่าร้องครวญครางดังมาก จนเขาต้องเอามือมาอุดปากไว้ ดิฉันดูดเลียนิ้วเขาอย่างเอร็ดอร่อย จินตนาการว่าเป็นมังกรยักษ์ของเขา เขายังลงลากลิ้นวนเวียนอยู่ในร่องเสียว ดิฉันเสียวไปหมดทั้งขา บิดตัวเพื่อให้เขาเลีย ได้ถนัดยิ่งขึ้น เขาลากลิ้นมายังปุ่มเสียวแล้วดูดเข้าปากอย่างแรง ดิฉันเสียวจนต้องลุกขึ้นงอตัว กดหัวเขาให้จมลงไปใน เต่าน้อย เขายิ่งเลียเม็ดปุ่มหนักขึ้น เหมือนหมาเลียกินน้ำยังไงหยั่งงั้นเลย เขายกขาดิฉันพาดมาทางหัวดิฉัน แล้วเอานิ้ว แหย่เข้ามาในท่อสวรรค์ ดึงเข้าดึงออก เขย่านิ้ว งอนิ้วไปมาอยู่ในท่อสวรรค์ ปากก็ยังดูดเลียเม็ดปุ่มเสียวอยู่ เป็นท่าโปรด ของดิฉันเลยค่ะ โดนกระหน่ำแบบนี้ทีไร ถึงสวรรค์คาปากแฟนทุกทีเลยค่ะ ขณะที่ท่อดิฉันตอดตุ๊บๆ แฟนดิฉันรีบจับ มังกรยักษ์ของเขายัดเข้ามาในท่อทันที เขาปล่อยให้เต่าน้อยดิฉันตอดรัดมังกรยักษ์ของเขา เขาชอบมากค่ะ จากนั้นเขาก็ขยับ เข้าออกซอยยิกแบบรุนแรงทันที แอ่นหลังให้ปุยขนดกของเขาเข้าพัวพันกับเม็ดปุ่มเสียวของดิฉัน ดิฉันโอบขารัดสะโพกเขา แน่น เสียวสุดๆ เลยค่ะ ในที่สุดดิฉันก็ตอดรัดเขาอีกครั้ง เขารีบหยุดเพื่อรับความรู้สึกขณะดิฉันตอดเขาให้เต็มที่ จากนั้น เขาจับดิฉันหันหลังโก้งโค้ง แล้วจับมังกรยักษ์อัดเข้ามาในท่อสวรรค์ จับสะโพกดิฉันอัดพับๆ กับเขา ลึกจนชนปากมดลูก ตลอด ดิฉันรู้สึกเจ็บค่ะ แต่ก็รู้ว่าเขาชอบ ในที่สุดเขาก็เกร็งทั้งตัว ปล่อยน้ำรักของเขาเข้าไปในตัวดิฉัน แล้วฟุบลงมาบน ตัวดิฉัน แล้วก็หลับไปเลยทั้งๆ ที่มังกรยังคาอยู่ในเต่าน้อยนั่นล่ะค่ะ ตกลงวันนั้นเราไม่ได้ไปดูหนังกันหรอกค่ะ เพราะพอ ตื่นมา แฟนดิฉันเขาก็สัมภาษณ์เรื่องพี่โทนยกใหญ่ ดิฉันนึกว่าเขาจะโกรธ แต่เรื่องกลับกลายเป็นว่า เขาอยากให้ดิฉัน ลองของใหม่ๆ ดูบ้าง เป็นงั้นไป..
แต่พี่โทนไม่ได้นอนเฉยๆ น่ะซิคะ แกเอื้อมมือมากอดเอวดิฉันไว้ เอาหน้าอก ท้อง และส่วนนั้น มาแนบกับหลัง ของดิฉันตลอดตัว ดิฉันเริ่มจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะมังกรพี่โทนกำลังพองดันกางเกงมาถูอยู่กับก้นของดิฉัน ดิฉันดิ้น ขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดของพี่โทน บอกแกว่า "อย่ารัดแน่นสิ จุ๊บอึดอัดนะพี่โทน" แต่ยิ่งดิ้น วงแขนพี่โทนยิ่งรัดแน่นกว่าเดิม จนมังกรของแกมาจุกอัดอยู่ที่ร่องก้นของดิฉัน มือของพี่โทนอ้อมมารัดอยู่ใต้หน้าอก นิ้วหัวแม่มือปัดถูกฐานหน้าอก แกถามว่า "นี่อะไรน่ะ" ดิฉันบอกว่า "ก็จะอะไรล่ะ" พี่โทนบอกว่า "อย่าบอกนะว่านมแก นี่มันขนาดนี้เลยเหรอ" แล้วพี่โทน ก็จับหน้าอกดิฉัน ลูบไล้ไปมาอย่างแผ่วเบา นิ้วมือปัดผ่านหัวนมดิฉันจนหวิวขนลุกทั้งตัว ดิฉันนอนตัวสั่น ไม่ใช่ว่าไม่เคย แต่มือพี่โทนลูบไล้อย่างสุภาพนุ่มนวล จนดิฉันเริ่มจะเคลิ้มตามไป พี่โทนหันตัวดิฉันกลับมาเผชิญหน้ากับแก แล้วโน้มหน้า ลงมาจูบปากดิฉัน สอดลิ้นเข้ามาในปาก ควานไปตามไรฟัน เพดานปาก ดิฉันเสียวท้องน้อยวูบๆ มือพี่โทนลูบไล้ไปตาม หน้าอก ลำตัว ลากไปที่เอว สะโพก แล้ววนกลับมาที่ขาด้านใน ดิฉันนอนตัวแข็ง มโนธรรมบอกว่าไม่ได้ นี่พี่ชายตัวเองนะ แต่ความต้องการภายในของดิฉันเรียกร้องอย่างรุนแรง อยากจะอ้าขาออกให้พี่โทนสัมผัสได้ถนัดๆ แต่ก็ไม่กล้า แต่มือพี่โทน ไวกว่า เพราะกำลังเคล้นคลึงลูบคลำไปทั่วเต่าน้อยของดิฉัน ตอนนั้นดิฉันแฉะไปหมดแล้ว อยากให้มังกรพี่โทนมาเย่อกับ เต่าน้อยเหลือเกิน พี่โทนยกสะโพกขึ้น แยกขาดิฉันออกแล้วเอามังกรของแกมาทาบทับเต่าน้อย มือก็ยกสะโพกของดิฉันกดไว้ กับตัวแก แล้วถูคลึงอย่างเมามัน ปากก็ประกบกับปากดิฉันอย่างหิวกระหาย ดิฉันทนต่อไปไม่ไหวแล้ว อ้าขายกขึ้นโอบรอบ สะโพกพี่โทน เอาเต่าน้อยแนบคลึงมังกรตัวโตของพี่โทน ทั้งที่เสื้อผ้าพี่โทนและดิฉันยังอยู่ครบ แต่มังกรพี่โทนก็เสียดสี บดขยี้โดนตรงเม็ดปุ่มเสียวของดิฉัน จนดิฉันเสียวซ่านไปทั้งท้อง ทั้งต้นขา ในที่สุดเต่าน้อยดิฉันก็ตอดตุบๆ ดิฉันถึงสวรรค์ ซะแล้วค่ะ ไม่น่าเชื่อเลย พี่โทนเห็นดิฉันเงียบไป ก็หยุดมองหน้าดิฉันแล้วยิ้มให้ ดิฉันลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้า แล้วบอกพี่โทน แบบโมโหว่า "อย่าทำกับจุ๊บแบบนี้อีกนะพี่โทน ขอให้มันเป็นครั้งสุดท้าย" แล้วดิฉันก็เดินมาลาญาติผู้ใหญ่แล้วขับรถออกไป
ดิฉันนัดกับแฟนว่าจะไปดูหนังกัน ระหว่างทางกลับ ดิฉันนึกถึงพี่โทนตลอดเวลา นี่ขนาดเราไม่ได้สัมผัสกันแบบ เนื้อต่อเนื้อ พี่โทนยังพาดิฉันขึ้นสวรรค์ได้ ถ้าได้เย่อกันจริงๆ จะขนาดไหน อดที่จะจินตนาการไม่ได้จริงๆ ค่ะ แต่หลังจาก นั้นมา ดิฉันกับพี่โทนก็ไม่เคยได้ทำอะไรแบบนั้นอีกเลย ขณะนี้พี่โทนก็แต่งงานไปแล้ว ดิฉันเคยได้ยินพี่สะใภ้คุยกับญาติๆ ดิฉันว่า พี่โทนเก่งจริงๆ ไม่มีพลาดเลยสักครั้ง ยิ่งทำออรัลนี่เด็ดสุด ดิฉันก็อดอิจฉาพี่สะใภ้ไม่ได้เลยค่ะ กลับมาเล่าต่อนะคะ เมื่อดิฉันขับรถไปถึงคอนโดของแฟน แฟนดิฉันบอกว่าโทรจองตั๋วหนังแล้ว อีกชั่วโมงหนึ่งค่อยไปรับตั๋ว แฟนดิฉันนั่งดูทีวี ต่อ ส่วนดิฉันออกไปโทรศัพท์หาเพื่อนที่ระเบียง เล่าเรื่องพี่โทนให้เพื่อนฟัง เพื่อนดิฉันตกใจมาก ไม่คิดว่าพี่ชายดิฉันจะ กล้าทำได้ เพื่อนดิฉันบอกให้ฟ้องญาติๆ แต่ดิฉันไม่กล้า เพราะดูเหตุการณ์แล้วดิฉันก็สมยอมด้วย ระหว่างที่กำลังคุยกัน อยู่นั่นเอง แฟนดิฉันเดินมายืนอยู่ข้างหลังเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เอามือมาบีบหน้าอกดิฉันเบาๆ แล้วลูบหน้าท้องดิฉันไปมา ดิฉันเลย ต้องวางสายเพื่อนไปก่อน พอเข้ามาในห้อง แฟนดิฉันถามว่า "พี่โทนทำอะไรจุ๊บ บอกมานะ" แล้วแฟนดิฉันก้มลงมาซุกไซ้ ซอกคอดิฉัน แล้วถามเบาๆ ว่า "พี่โทนทำแบบนี้รึเปล่า" เอื้อมมือหนึ่งเข้ามาในเสื้อ บีบเคล้นหน้าอกดิฉันอย่างแรง อีกมือ บีบก้นดิฉันแล้วกดเข้าแนบกับมังกรของเขา เขาถามว่า "พี่โทนทำแบบนี้ด้วยรึเปล่าจุ๊บ" ดิฉันไม่ตอบได้แต่ปล่อยให้เขาทำ ต่อไป เขาประกบปากกับดิฉันอย่างเร่าร้อน ควานลิ้นเข้ามาพันกับลิ้นดิฉันจนดิฉันซ่านไปหมด มือไม้อยู่ไม่สุกปลดกระดุม กางเกงดิฉัน แล้วเอาขาของเขาช่วยรูดให้พ้นไปจากตัวดิฉัน อุ้มดิฉันไปที่เตียง แล้วถอดเสื้อดิฉันออก จนดิฉันเหลือแต่ กางเกงในตัวเดียว ดิฉันนอนรอเขาถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมด เจ้ามังกรของเขาผงาดส่ายไปมาอยู่ตรงหน้า เขาก้มลง มาดูดหัวนมดิฉันอย่างแรง กัดเบาๆ แล้วเลียจนทั่วทั้งเต้านม ดิฉันเสียวท้องน้อยวาบๆ กดหัวเขาให้จมลึกลงในนมอีกข้าง ให้เขาดูดแรงยิ่งขึ้น ยิ่งแรงก็ยิ่งเสียว เขาเลียจนทั่วทั้งเต้านมอีกข้างแล้วค่อยๆ เลียไล่ลงไปจนถึงสะดือ ลิ้นเขาแหย่ลึก ลงใปในสะดือจนดิฉันจักกะจี้ หัวเราะเบาๆ เขาเงยหน้าขึ้นมามองดิฉันแล้วหัวเราะไปด้วย ลิ้นเขาไล่ต่ำลงไปเรื่อยๆ จนถึง ที่ที่ดิฉันรอคอย เขาสูดดมเต่าน้อยดิฉันผ่านกางเกงใน แล้วกดจมูกลงไปคลึงจนทั่ว แล้วค่อยๆ ถอดกางเกงในดิฉันออก ลิ้นเขาค่อยๆ แทรกลงไปตามร่อง ลากลิ้นสากๆ ไปทั่วทั้งซ้ายและขวา พอถึงปากทางสวรรค์ เขาแหย่ลิ้นตวัดเข้าออกอย่าง รวดเร็ว ดิฉันเสียวสุดๆ รู้สึกว่าร้องครวญครางดังมาก จนเขาต้องเอามือมาอุดปากไว้ ดิฉันดูดเลียนิ้วเขาอย่างเอร็ดอร่อย จินตนาการว่าเป็นมังกรยักษ์ของเขา เขายังลงลากลิ้นวนเวียนอยู่ในร่องเสียว ดิฉันเสียวไปหมดทั้งขา บิดตัวเพื่อให้เขาเลีย ได้ถนัดยิ่งขึ้น เขาลากลิ้นมายังปุ่มเสียวแล้วดูดเข้าปากอย่างแรง ดิฉันเสียวจนต้องลุกขึ้นงอตัว กดหัวเขาให้จมลงไปใน เต่าน้อย เขายิ่งเลียเม็ดปุ่มหนักขึ้น เหมือนหมาเลียกินน้ำยังไงหยั่งงั้นเลย เขายกขาดิฉันพาดมาทางหัวดิฉัน แล้วเอานิ้ว แหย่เข้ามาในท่อสวรรค์ ดึงเข้าดึงออก เขย่านิ้ว งอนิ้วไปมาอยู่ในท่อสวรรค์ ปากก็ยังดูดเลียเม็ดปุ่มเสียวอยู่ เป็นท่าโปรด ของดิฉันเลยค่ะ โดนกระหน่ำแบบนี้ทีไร ถึงสวรรค์คาปากแฟนทุกทีเลยค่ะ ขณะที่ท่อดิฉันตอดตุ๊บๆ แฟนดิฉันรีบจับ มังกรยักษ์ของเขายัดเข้ามาในท่อทันที เขาปล่อยให้เต่าน้อยดิฉันตอดรัดมังกรยักษ์ของเขา เขาชอบมากค่ะ จากนั้นเขาก็ขยับ เข้าออกซอยยิกแบบรุนแรงทันที แอ่นหลังให้ปุยขนดกของเขาเข้าพัวพันกับเม็ดปุ่มเสียวของดิฉัน ดิฉันโอบขารัดสะโพกเขา แน่น เสียวสุดๆ เลยค่ะ ในที่สุดดิฉันก็ตอดรัดเขาอีกครั้ง เขารีบหยุดเพื่อรับความรู้สึกขณะดิฉันตอดเขาให้เต็มที่ จากนั้น เขาจับดิฉันหันหลังโก้งโค้ง แล้วจับมังกรยักษ์อัดเข้ามาในท่อสวรรค์ จับสะโพกดิฉันอัดพับๆ กับเขา ลึกจนชนปากมดลูก ตลอด ดิฉันรู้สึกเจ็บค่ะ แต่ก็รู้ว่าเขาชอบ ในที่สุดเขาก็เกร็งทั้งตัว ปล่อยน้ำรักของเขาเข้าไปในตัวดิฉัน แล้วฟุบลงมาบน ตัวดิฉัน แล้วก็หลับไปเลยทั้งๆ ที่มังกรยังคาอยู่ในเต่าน้อยนั่นล่ะค่ะ ตกลงวันนั้นเราไม่ได้ไปดูหนังกันหรอกค่ะ เพราะพอ ตื่นมา แฟนดิฉันเขาก็สัมภาษณ์เรื่องพี่โทนยกใหญ่ ดิฉันนึกว่าเขาจะโกรธ แต่เรื่องกลับกลายเป็นว่า เขาอยากให้ดิฉัน ลองของใหม่ๆ ดูบ้าง เป็นงั้นไป..
เรื่องเสียว : ขาวเรียว นุ่มนิ่ม
วันนี้เลิกเรียนแล้วไอ้บอยอยู่เตะบอลกับเพื่อน ม.4ด้วยกัน เลยกลับบ้านค่ำกว่าปกติ บ้านของไอ้บอยอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรมีระดับแห่งหนึ่ง คนที่อยู่ที่นี่มีรายได้สูงพอสมควรทีเดียว ไอ้บอยเห็นบ้านตัวเองปิดไฟมืดแต่ไกล คงยังไม่มีใครกลับบ้านอีกตามเคย แต่บ้านรั้วติดกันไฟสว่าง บอยมองไปเห็นคุณดาอยู่ในบ้านตามลำพัง
บอยหยุดยืนมองคุณดา คุณดาเป็นนักธุรกิจวัยเกือบสี่สิบ แต่เธอดูแลตัวเองได้ดีมาก บวกกับเป็นคนสวยอยู่แล้ว ทำให้มีหนุ่มๆนักธุรกิจมากมายมาจีบเธอ แต่คุณดาไม่สนใจใครทั้งนั้น ไอ้บอยเองก็เป็นอีกคนที่หลงชอบคุณดา ดูเธอมีเสน่ห์ชวนหลงใหล
คุณดามองออกมาเห็นบอยยืนอยู่ เธอเลยกวักมือเรียก บอยยิ้มแล้วเดินเข้าไปในบ้าน
บอยเข้าไป
"เพิ่งกลับเหรอบอย มาทานข้าวเป็นเพื่อนพี่ดีกว่านะ"
"ขอบคุณครับ"
คุณดาเห็นบอยเขินๆ เธอเลยจับมือบอยเดินเข้ามาในห้องครัว บอยใจเต้นตุ้มๆ มือคุณดาขาวเรียวและนุ่มนิ่ม บอยนั่งลง ขณะที่คุณดาไปผัดกับข้าว เธออยู่ในชุดเสื้อเชิร์ทสีขาวบาง เห็นเส้นยกทรง นุ่งกระโปรงรัดรูปสั้นเหนือเข่า บอยเหลือบมองด้านข้างของเธอขณะที่เธอออกแรงผัดกับข้าว ทรวงอกของเธอเขย่าไปมาด้วย บอยชักรู้สึกร้อนวูบวาบที่ท้องน้อย มันพยายามไม่มอง กลัวคุณดาจับได้ แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกมีความสุขมาก มันจึงคอยแอบมองเป็นระยะๆ ปากก็ชวนคุยไปเรื่อย แล้วโชคดีก็บังเกิด กระดุมเม็ดหนึ่งหลุดออกโดยคุณดาไม่รู้ตัว สาบเสื้อแบะออกจากกัน ไอ้บอยมองลอดไปเห็นฐานเต้าขาวสะอาดในยกทรงอย่างชัดเจน ไอ้บอยใจเต้นไม่เป็นส่ำ อาวุธแข็งโป๊กขึ้นมาทันที มันแอบจับจรวดของตัวเองคลึงเบาๆขณะที่ดูนมของคุณดา แต่สักครู่ คุณดาก็ทำกับข้าวเสร็จ เธอตักอาหารใส่จาน
"ลองทานดูนะจ๊ะ พี่ว่าฝีมือพี่ก็อร่อยนะ แต่คนอื่นชิมแล้วไม่รู้ว่าไง"
บอยตอบรับไปตามเรื่องตามราว
"วันนี้ร้อนจังเลยนะ เหนียวตัวจังเลย"
"พี่ดาไปอาบน้ำก่อนดีกว่าครับ เดี๋ยวค่อยทานก็ได้ครับ ผมยังไม่ค่อยหิวหรอกครับ"
"อืม ก็ดีเหมือนกัน งั้นรอพี่แป๊บนึงนะ"
คุณดาขยับลุกออกไป บอยจับตารออยู่แล้ว ช่วงที่เธอลุกจากโต๊ะ ต้นขาทั้งสองขยับเปิดช่องแวบเดียวเห็นโคนขาขาวลึกเข้าไปถึงกางเกงใน
คุณดาลุกเดินออกไป บอยมองตามไปฉ่ำใจกับวินาทีทองเมื่อครู่
บอยนั่งอยู่คนเดียว ความคิดชั่วร้ายวิ่งเข้ามาในสมองทันที มันมองไปรอบๆ แน่ใจว่าทั้งบ้านมีมันกับคุณดาเท่านั้น บอยลุกขึ้น เดินจรดปลายเท้าขึ้นบันไดไป เห็นประตูห้องคุณดาเปิดแง้มอยู่ บอยมองลอดเข้าไป คุณดากำลังถอดเสื้อเชิร์ทออก ปลดกระดุมออกทีละเม็ด แล้วก็ถอดเสื้อออกโยนไปมุมห้อง เห็นร่างท่อนบนงามระหง ผิวกายขาวสะอาด เธอก้มลงถอดกระโปรงออก แล้วดูรูปร่างตัวเองวในกระจกเงา หันด้านข้างให้บอย ไอ้บอยแทบหยุดหายใจ เห็นต้นขาอวบ และเนินเนื้อโหนกนูน ก้นงอนกลมอยู่ภายใต้กางเกงในเนื้อบาง ทรวงอกเธอใหญ่กำลังพอดี ทั้งร่างเธอขาวสะอาดเป็นยองใยภายใต้แสงไฟในห้อง
คุณดาเดินเข้าไปในห้องน้ำ ไอ้บอยกลืนน้ำลายเอื๊อก มันตัดสินใจผลักประตูเข้าไป ย่องตามเข้าไป ประตูห้องน้ำเป็นกระจกฝ้า ไอ้บอยเห็นเงาร่างเลือนลาง เธอถอดยกทรงกับกางเกงในออก แล้วเปิดน้ำอาบอย่างมีความสุข ระหว่างนั้นเองเสียงโทรศัพท์ก้ดังขึ้น ไอ้บอยใจหายวาบ รีบหลบเข้าหลังประตู สักพักคุณดาก็ห่มชุดปิยาม่าออกมารับโทรศัพท์ เป็นโทรศัพท์เรื่องงาน
ไอ้บอยโงกหน้าออกมาดู คุณดาสวมชุดแบบหลวมๆ ปกเสื้อแบะกว้างเห็นเต้ากลมกลึงเกือบครึ่งลูก มีหยดน้ำประดับพร่างไปทั่ว อีกฝ่ายคงต้องการข้อมูลบางอย่าง คุณดาเดินมาที่โต๊ะ ก้มลงรื้อกระเป๋าดูแฟ้ม คอเสื้อตกกว้าง ไอ้บอยเห็นเต้าขาวไปทั้งสองยวง คล้อยต่ำลงอย่างสวยงาม เห็นไปถึงหัวนมสีน้ำตาลแดงเรื่อๆเหมือนเกสรดอกไม้ ไอ้บอยแทบจะขาดใจตาย
คุณดาเดินไปนั่งที่เตียง หยิบแฟ้มอ่าน เธอขยับขานั่งไขว่ห้าง ชายผ้าร่นขึ้น เห็นแก้มก้นขาวเนียน
สักพักคุณดาก็วางสาย คุณดากำลังจะเดินเข้าห้องน้ำก็เพิ่งสังเกตุเห็นว่าประตูปิดไม่สนิท เธอเลยมาปิดประตู แล้วก็เห็นไอ้บอยที่แอบอยู่ คุณดาตกใจมาก
"บอย...นี่เธอ..."
บอยก็ตกใจ แต่ยังไม่ทันพูดอะไร คุณดาก็ถอยกรูด
"อย่านะ...อย่าทำอะไรฉันนะ"
พอเห็นคุณดากลัวลานอย่างนั้น ไอ้บอยก็ได้ใจ ความหื่นกระหายเอาชนะศีลธรรมในใจทั้งมวล
ไอ้บอยถลาเข้ามาผลักร่างคุณดากดลงบนเตียง คุณดาดิ้นไปมา จนปิยาม่าหลุดลุ่ย ไอ้บอยก็ถอดกางเกงของมันออกเช่นกัน
" บอยอย่านะ อย่าทำอะไรอย่างงี้ เธอยังเด็กอยู่นะ"
บอยไม่สนใจกดร่างคุณดาลงกับฟูก สองมือกอบนมเธอขึ้นมา ก้มลงเลียหัวนมเธอแล้วดูดอย่างแรง คุณดาส่งเสียงร้องลั่น เสียวหัวนมวาบๆ เกิดมาไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับเธอมาก่อนเลย สาวใหญ่พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงผลักเด็กหนุ่มออก แต่ไอ้บอยแรงเยอะกว่า มันเขยื้อนมือลงมากดสะโพกคุณดาไว้ มองดูความสาวที่โหนกนูนของคุณดา ขนขึ้นเป็นไรสวยงาม มันวางมือลงไปบนเนินนั้น คุณดาพยายามดิ้นเบี่ยงหลบ แต่ไม่ทัน ไอ้บอยล้วงนิ้วเขี่ยแตดทันที ถี่ยิบราวกับปืนกล คุณดาร้องลั่น ครวญครางไม่เป็นภาษา มันขยี้แตดอยู่เกือบสิบนาทีจึงหยุดมือ คุณดาหมดแรง หอบแฮ่ก ไอ้บอยเองก็หงี่สุดกลั้นแล้ว มันจับขาคุณดาแยกออกจากกัน คุณดารู้ตัว พยายามยกมือมาปิดหีเธอ แต่ไอ้บอยจับมือเธอออกไป แล้วจับควยของมันยัดเข้าไปทันที
คุณดาหน้าตาเหยเก ละล่ำละลักเป็นห้วงๆ ฟังไม่รู้เรื่อง เหมือนคนจะขาดใจตาย ไอ้บอยเองก้เสียวสุดขีด หีของคุณดาแน่นมาก มันออกแรงทะลวงควยเข้าไปอีกจนสุด คุณดาครางซี้ด ตั่วสั่นสะท้าน ร่างบิดไปมาอย่างทรมน ไอ้บอยไม่สนใจแล้ว ตั้งหน้าตั้งตากะเด้าถี่ยิบ เห็นหน้าคุณดาบิดเบี้ยว ส่งเสียงครางทุกครั้งที่โดนมันกระแทกไอ้บอยก็ยิ่งมีอารมณ์กระแทกหนักขึ้นแรงขึ้น สองเต้าของคุณดาสั่นไหวยวบๆ จนในที่สุดไอ้บอยก็เสียวสุดขีด มันสาวท่อนควยออกมาเกือบหมดแล้วปักดำดิ่งเข้าไปอย่างแรงเป็นการอำลา น้ำว่าวพุ่งกระฉูด คุณดาครางลั่นเสียงยาวต่อเนื่องตัวสั่นพั่บๆ หีตอดตุ้บๆรีดน้ำว่าวจากควยของไอ้บอยจนหยดสุดท้าย
บอยหยุดยืนมองคุณดา คุณดาเป็นนักธุรกิจวัยเกือบสี่สิบ แต่เธอดูแลตัวเองได้ดีมาก บวกกับเป็นคนสวยอยู่แล้ว ทำให้มีหนุ่มๆนักธุรกิจมากมายมาจีบเธอ แต่คุณดาไม่สนใจใครทั้งนั้น ไอ้บอยเองก็เป็นอีกคนที่หลงชอบคุณดา ดูเธอมีเสน่ห์ชวนหลงใหล
คุณดามองออกมาเห็นบอยยืนอยู่ เธอเลยกวักมือเรียก บอยยิ้มแล้วเดินเข้าไปในบ้าน
บอยเข้าไป
"เพิ่งกลับเหรอบอย มาทานข้าวเป็นเพื่อนพี่ดีกว่านะ"
"ขอบคุณครับ"
คุณดาเห็นบอยเขินๆ เธอเลยจับมือบอยเดินเข้ามาในห้องครัว บอยใจเต้นตุ้มๆ มือคุณดาขาวเรียวและนุ่มนิ่ม บอยนั่งลง ขณะที่คุณดาไปผัดกับข้าว เธออยู่ในชุดเสื้อเชิร์ทสีขาวบาง เห็นเส้นยกทรง นุ่งกระโปรงรัดรูปสั้นเหนือเข่า บอยเหลือบมองด้านข้างของเธอขณะที่เธอออกแรงผัดกับข้าว ทรวงอกของเธอเขย่าไปมาด้วย บอยชักรู้สึกร้อนวูบวาบที่ท้องน้อย มันพยายามไม่มอง กลัวคุณดาจับได้ แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกมีความสุขมาก มันจึงคอยแอบมองเป็นระยะๆ ปากก็ชวนคุยไปเรื่อย แล้วโชคดีก็บังเกิด กระดุมเม็ดหนึ่งหลุดออกโดยคุณดาไม่รู้ตัว สาบเสื้อแบะออกจากกัน ไอ้บอยมองลอดไปเห็นฐานเต้าขาวสะอาดในยกทรงอย่างชัดเจน ไอ้บอยใจเต้นไม่เป็นส่ำ อาวุธแข็งโป๊กขึ้นมาทันที มันแอบจับจรวดของตัวเองคลึงเบาๆขณะที่ดูนมของคุณดา แต่สักครู่ คุณดาก็ทำกับข้าวเสร็จ เธอตักอาหารใส่จาน
"ลองทานดูนะจ๊ะ พี่ว่าฝีมือพี่ก็อร่อยนะ แต่คนอื่นชิมแล้วไม่รู้ว่าไง"
บอยตอบรับไปตามเรื่องตามราว
"วันนี้ร้อนจังเลยนะ เหนียวตัวจังเลย"
"พี่ดาไปอาบน้ำก่อนดีกว่าครับ เดี๋ยวค่อยทานก็ได้ครับ ผมยังไม่ค่อยหิวหรอกครับ"
"อืม ก็ดีเหมือนกัน งั้นรอพี่แป๊บนึงนะ"
คุณดาขยับลุกออกไป บอยจับตารออยู่แล้ว ช่วงที่เธอลุกจากโต๊ะ ต้นขาทั้งสองขยับเปิดช่องแวบเดียวเห็นโคนขาขาวลึกเข้าไปถึงกางเกงใน
คุณดาลุกเดินออกไป บอยมองตามไปฉ่ำใจกับวินาทีทองเมื่อครู่
บอยนั่งอยู่คนเดียว ความคิดชั่วร้ายวิ่งเข้ามาในสมองทันที มันมองไปรอบๆ แน่ใจว่าทั้งบ้านมีมันกับคุณดาเท่านั้น บอยลุกขึ้น เดินจรดปลายเท้าขึ้นบันไดไป เห็นประตูห้องคุณดาเปิดแง้มอยู่ บอยมองลอดเข้าไป คุณดากำลังถอดเสื้อเชิร์ทออก ปลดกระดุมออกทีละเม็ด แล้วก็ถอดเสื้อออกโยนไปมุมห้อง เห็นร่างท่อนบนงามระหง ผิวกายขาวสะอาด เธอก้มลงถอดกระโปรงออก แล้วดูรูปร่างตัวเองวในกระจกเงา หันด้านข้างให้บอย ไอ้บอยแทบหยุดหายใจ เห็นต้นขาอวบ และเนินเนื้อโหนกนูน ก้นงอนกลมอยู่ภายใต้กางเกงในเนื้อบาง ทรวงอกเธอใหญ่กำลังพอดี ทั้งร่างเธอขาวสะอาดเป็นยองใยภายใต้แสงไฟในห้อง
คุณดาเดินเข้าไปในห้องน้ำ ไอ้บอยกลืนน้ำลายเอื๊อก มันตัดสินใจผลักประตูเข้าไป ย่องตามเข้าไป ประตูห้องน้ำเป็นกระจกฝ้า ไอ้บอยเห็นเงาร่างเลือนลาง เธอถอดยกทรงกับกางเกงในออก แล้วเปิดน้ำอาบอย่างมีความสุข ระหว่างนั้นเองเสียงโทรศัพท์ก้ดังขึ้น ไอ้บอยใจหายวาบ รีบหลบเข้าหลังประตู สักพักคุณดาก็ห่มชุดปิยาม่าออกมารับโทรศัพท์ เป็นโทรศัพท์เรื่องงาน
ไอ้บอยโงกหน้าออกมาดู คุณดาสวมชุดแบบหลวมๆ ปกเสื้อแบะกว้างเห็นเต้ากลมกลึงเกือบครึ่งลูก มีหยดน้ำประดับพร่างไปทั่ว อีกฝ่ายคงต้องการข้อมูลบางอย่าง คุณดาเดินมาที่โต๊ะ ก้มลงรื้อกระเป๋าดูแฟ้ม คอเสื้อตกกว้าง ไอ้บอยเห็นเต้าขาวไปทั้งสองยวง คล้อยต่ำลงอย่างสวยงาม เห็นไปถึงหัวนมสีน้ำตาลแดงเรื่อๆเหมือนเกสรดอกไม้ ไอ้บอยแทบจะขาดใจตาย
คุณดาเดินไปนั่งที่เตียง หยิบแฟ้มอ่าน เธอขยับขานั่งไขว่ห้าง ชายผ้าร่นขึ้น เห็นแก้มก้นขาวเนียน
สักพักคุณดาก็วางสาย คุณดากำลังจะเดินเข้าห้องน้ำก็เพิ่งสังเกตุเห็นว่าประตูปิดไม่สนิท เธอเลยมาปิดประตู แล้วก็เห็นไอ้บอยที่แอบอยู่ คุณดาตกใจมาก
"บอย...นี่เธอ..."
บอยก็ตกใจ แต่ยังไม่ทันพูดอะไร คุณดาก็ถอยกรูด
"อย่านะ...อย่าทำอะไรฉันนะ"
พอเห็นคุณดากลัวลานอย่างนั้น ไอ้บอยก็ได้ใจ ความหื่นกระหายเอาชนะศีลธรรมในใจทั้งมวล
ไอ้บอยถลาเข้ามาผลักร่างคุณดากดลงบนเตียง คุณดาดิ้นไปมา จนปิยาม่าหลุดลุ่ย ไอ้บอยก็ถอดกางเกงของมันออกเช่นกัน
" บอยอย่านะ อย่าทำอะไรอย่างงี้ เธอยังเด็กอยู่นะ"
บอยไม่สนใจกดร่างคุณดาลงกับฟูก สองมือกอบนมเธอขึ้นมา ก้มลงเลียหัวนมเธอแล้วดูดอย่างแรง คุณดาส่งเสียงร้องลั่น เสียวหัวนมวาบๆ เกิดมาไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับเธอมาก่อนเลย สาวใหญ่พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงผลักเด็กหนุ่มออก แต่ไอ้บอยแรงเยอะกว่า มันเขยื้อนมือลงมากดสะโพกคุณดาไว้ มองดูความสาวที่โหนกนูนของคุณดา ขนขึ้นเป็นไรสวยงาม มันวางมือลงไปบนเนินนั้น คุณดาพยายามดิ้นเบี่ยงหลบ แต่ไม่ทัน ไอ้บอยล้วงนิ้วเขี่ยแตดทันที ถี่ยิบราวกับปืนกล คุณดาร้องลั่น ครวญครางไม่เป็นภาษา มันขยี้แตดอยู่เกือบสิบนาทีจึงหยุดมือ คุณดาหมดแรง หอบแฮ่ก ไอ้บอยเองก็หงี่สุดกลั้นแล้ว มันจับขาคุณดาแยกออกจากกัน คุณดารู้ตัว พยายามยกมือมาปิดหีเธอ แต่ไอ้บอยจับมือเธอออกไป แล้วจับควยของมันยัดเข้าไปทันที
คุณดาหน้าตาเหยเก ละล่ำละลักเป็นห้วงๆ ฟังไม่รู้เรื่อง เหมือนคนจะขาดใจตาย ไอ้บอยเองก้เสียวสุดขีด หีของคุณดาแน่นมาก มันออกแรงทะลวงควยเข้าไปอีกจนสุด คุณดาครางซี้ด ตั่วสั่นสะท้าน ร่างบิดไปมาอย่างทรมน ไอ้บอยไม่สนใจแล้ว ตั้งหน้าตั้งตากะเด้าถี่ยิบ เห็นหน้าคุณดาบิดเบี้ยว ส่งเสียงครางทุกครั้งที่โดนมันกระแทกไอ้บอยก็ยิ่งมีอารมณ์กระแทกหนักขึ้นแรงขึ้น สองเต้าของคุณดาสั่นไหวยวบๆ จนในที่สุดไอ้บอยก็เสียวสุดขีด มันสาวท่อนควยออกมาเกือบหมดแล้วปักดำดิ่งเข้าไปอย่างแรงเป็นการอำลา น้ำว่าวพุ่งกระฉูด คุณดาครางลั่นเสียงยาวต่อเนื่องตัวสั่นพั่บๆ หีตอดตุ้บๆรีดน้ำว่าวจากควยของไอ้บอยจนหยดสุดท้าย
เรื่องเสียว : เสื้อผ้ามือสอง
ผมชื่อเล่นว่าแอ๊ด บ้านเดิมอยู่ทางใต้ แต่ตอนนี้ย้ายผมอยู่กับน้าชายที่กรุงเทพฯ น้าชายผมเช่าบ้านอยู่ มีอาชีพ ขายเสื้อผ้ามือสองที่สวนจตุจักร เสื้อผ้าส่วนใหญ่ที่น้าชายรับมาก็มาจากทางใต้ ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นพวกยีนส์ กำไรดีมากจริงๆ ที่ผมขึ้นมาอยู่กับน้าก็เพราะต้องการเงินเท่านั้น ไม่คิดอยู่ที่นี่หรอกครับ ช่วงนี้เองครับที่ผมเจอกับ ความประทับใจ ไม่นึกว่ามันจะมีโอกาสอย่างนี้เลย วันนั้นผมยืนขายเสื้อผ้าอยู่ ก็มีหญิงกลางคนเดินเข้ามาเลือกเสื้อผ้า ท่าทางเปรี้ยวน่าดู เห็นอย่างนี้ผมก็รีบเข้าไปประกบเธอทันที ตอนแรกก็นึกว่าจะง่าย แต่พอเอาเข้าจริงๆ แล้วมันยากน่าดูครับ เธอทั้งเลือกทั้งต่อแบบขาดเป็นริ้วๆ เธอต่ออยู่ตั้งนาน ผมทนไม่ไหวก็เลยให้เธอไป ช่วงนั้นมันก็อยากจะโกรธเธออยู่เหมือนกัน แต่ไม่รู้เป็นยังไงมันโกรธไม่ลง คงอาจจะเป็นน้ำเสียงของเธอ พร้อมทั้งหุ่นที่ผอมบาง แต่นมใหญ่บั้นท้ายบานงอน มันคงทำให้ผมอ่อนตามเธอไปก็ได้ มันก็แปลกดีครับ เพราะตั้งแต่ผมโตเป็นหนุ่มมา ก็เป็นครั้งนี้ครั้งแรกที่ผมอ่อนให้กับคนที่อายุมาก และรู้สึกสนใจเธอด้วยสิครับ อายุของเธอคง 40 กว่าๆ แต่ทั้งหน้าตาและรูปร่างเหมือนกับเด็กๆ อยู่เลยครับ ผิดก็ขาวถูกใจ ยิ้มแย้มแต่ละครั้ง มันหยุดโลกได้เลย แต่นั่นแหละครับ เธอคนนี้ก็เป็นเพียงหนึ่งในพัน ที่เดินเข้ามาในร้านแล้วผมติดใจ เพราะยังมีผู้หญิงอีกหลายคนที่ผมถูกใจ ทั้งเด็กทั้งสาวมากหน้าหลายตา เวลาผ่านไปสักสองอาทิตย์ผมก็ลืมเธอคนนี้ไป
จนกระทั่งวันหนึ่ง วันนั้นเป็นวันอาทิตย์เย็นมากแล้ว ผมกับน้าชายก็เริ่มลงมือเก็บเสื้อผ้าเข้าลัง ระหว่างนั้นน้าชาย ผมขอตัวไปซื้อน้ำมากิน ทิ้งให้ผมเก็บอยู่คนเดียว สักพักเธอคนนั้นก็เดินเข้ามาในร้าน พอเห็นหน้าเธอผมก็จำได้ทันที ดีใจมากเลยครับ ไม่รู้เป็นไงเหมือนกัน วันนั้นผมคิดว่าเธอจะมาซื้อเสื้อผ้า แต่เปล่าเธอมาคุยด้วยเท่านั้น เราสองคนคุยกันเรื่องเสื้อผ้านี่แหละ จนกระทั่งผมเก็บร้านเรียบร้อย น้าชายก็ยังไม่กลับ เธอถามผมว่า "ไปเที่ยวกับพี่มั้ย" "พี่จะพาผมไปไหนครับ" "ไปหรือเปล่าล่ะ ไม่พาไปขายหรอกน่า" "ไปสิครับ รอเดี๋ยวนะพี่ ผมบอกน้าผมก่อน" ตอนนั้นผมก็เริ่มรู้แล้ว ว่าหลังจากที่เราเที่ยวกันแล้ว ผมจะได้อะไรจากเธอคนนี้บ้าง มันก็น่าลองอยู่แล้วนี่ครับ ผมรีบเดินหาน้าชายผม พอเจอผมก็บอกว่าผมกลับก่อน จะไปเที่ยวกับเพื่อน น้าชายก็ไม่สงสัยอะไร ผมรีบกลับมาหาเธอ แล้วเธอก็พาผมมากินอาหาร จากนั้นก็มาต่อที่คอนโดของเธอเอง "ทำตัวตามสบายนะ พี่ว่าเธออาบน้ำก่อนดีกว่า ห้องน้ำอยู่ทางนี้จ้ะ" "แล้วพี่ไปอาบด้วยหรือครับ" เธอยิ้มเมื่อผมหยั่งเชิงไป "เดี๋ยวก่อนก็ได้" แล้วรีบดันผมเข้าห้องน้ำไปก่อน ตอนนั้นเนื้อตัวผมเต้นไปหมด แม้แต่ของผมมันก็จะบุกออกมามองหน้าเธอด้วย ไม่นึกเลย ว่าจะได้ฟันสวาทอย่างนี้ พอผมออกจากห้องน้ำ เธอก็เดินสวนเข้าไปอาบบ้าง สักพักก็ออกมา "พี่ว่าไปคุยกันที่เตียงดีกว่า" เธอเดินนำผมขึ้นไปบนเตียงนอน แล้วดึงผ้าเช็ดตัวโยนทิ้งไปที่ปลายเตียง แล้วล้มตัวลงไปนอนคว่ำหน้า ผมรีบตามขึ้นไปนั่งมองเรือนร่างเนื้อขาวเนียนไปทั้งตัว ก้นสองข้างยังเต่งตึงเป็นก้อนใหญ่ ผมมองลึกลงไปที่หว่างก้น เห็นขนอ่อนๆ แพลมออกมา "ช่วยจูบพี่หน่อยสิ" แล้วเธอเอาหน้าแนบไปกับที่นอนหลับตาพริ้ม เพื่อรอรอยจูบจากผม ผมยื่นหน้าเข้าไปที่ซอกคอ แล้วจูบไล่เรื่อยลงมาที่กลางหลัง จากนั้นก็ลงไปที่แก้มก้น ผมได้ยินเสียงเธอร้องคราง พอผมก้มลงไปจูบที่ร่องแยกของก้น เธอเด้งก้นขึ้น คงจะเสียวสยิว เท่าที่ผมใช้จมูกสูดกลิ่นดูนะครับ เธอเป็นผู้หญิงที่หอมไปทั้งตัว แม้แต่ตรงนั้นของเธอก็ยังหอมกรุ่นๆ ผมละลงไปที่ต้นขา แล้วไปปลายเท้า พอสิ้นตรงนั้นเธอก็พลิกตัวนอนหงาย แล้วถ่างขาออก
ตั้งแต่เกิดมาผมก็เพิ่งจะได้เห็นอะไรที่ผมเองไม่เคยเห็นอย่างนี้มาก่อน ชีวิตคนอื่นจะผ่านมาอย่างไรนั้น ผมไม่ สามารถรู้ได้ แต่สำหรับผม ซึ่งก็เคยผ่านมาหลายคนแล้ว แต่ผมไม่เคยเจอสิ่งที่ยิ่งใหญ่อย่างนี้เลย ที่หว่างขาของเธอ มันโล่นเลี่ยนเตียนโล่ง ฐานเนินเท่าที่ผมมองนั้น มันเริ่มต้นมาจากข้างเอวเลยครับ สองมือผมปิดไม่มิดจริงๆ กลีบสองข้างของเธอมันหนาอูมมาก ติ่งที่แพลมโผล่ออกมานั้น มันก็ใหญ่เท่ากับนิ้วก้อยผม คงจะคิดออกนะครับว่า ถ้ามองภาพรวมแล้วเธอจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน มิน่าล่ะเวลาที่เธอมาซื้อเสื้อผ้าร้านผม เธอจะเอากางเกงตัวใหญ่ ผมจ้องมองเนินยักษ์ด้วยความตะลึงอยู่นาน จนเธอคงรำคาญ "จ้องมองอยู่นั่นแหละ เป็นไงจ๊ะ ของพี่ใหญ่หรือเปล่า" "ใหญ่ครับพี่" "ของเธอก็ใหญ่เหมือนกันนะ ดูสิหัวเป็นมันเลย เธอเคยใช้ลิ้นหรือเปล่า" "เคยครับ" "งั้นนอนลงสิ" ผมหงายหลังลงไปนอน เธอรีบลุกขี้นมาคร่อมหน้าผม แล้วทิ้งก้นลงมาที่ปากผม หน้าผมทั้งหน้าต้องบวกกับ หน้าคนอื่นอีกสักครึ่ง ถึงจะพอดีกับเนินสวาทของเธอ ผมละเลงเลยครับ ไม่เอาลิ้นอย่างเดียว เธอทำตัวสั่นเอวยึกยักๆ อยู่บนหน้าผม ด้วยความเสียวที่เจอกับการละเลงเค้กหม้อใหญ่ เมือกของเธอออกมาแยะมากครับ สักพักเธอก็เป็นคนลุก แล้วไปนั่งถ่างขา เอามือยันพื้นไว้ข้างหลัง "เอานิ้วแทงให้พี่หน่อยสิ" ผมรีบลุกขึ้นแล้วส่งนิ้วชี้เข้าไปรูดสามสี่ครั้ง เธอก็ให้ผมเพิ่มเป็นสามนิ้ว จากนั้นก็เป็นสี่นิ้ว "โอย.. ดีจัง ห้านิ้วไปเลยน้อง พี่อยากรู้ว่าหมดมือของน้องจะเข้าไป ได้หรือเปล่า" ผมก็บ้าไปกับเธอเหมือนกันครับ ห้านิ้วผมห่อเข้าหากัน แล้วดันเข้าไปมันก็คับแน่น แต่ก็ยังขยับเข้าไปได้เรื่อยๆ หน้าตาเธอเหยเก อ้าปากร้องครางด้วยความเสียว "ดันเข้ามาอีกน้อง ดันเข้ามาอีก" ห้านิ้วของผมดันเข้าไปจนหมดเลยครับ แต่เธอยังไม่พอใจ ให้ผมดันเข้าไปอีก ผมดันไปอีกครั้งมันก็ผลุบเข้าไปเกือบถึงข้อมือเลย มันแน่นตึงคับไปหมด ดูเธอสะใจเหลือเกินที่ผมทำได้อย่างที่เธอต้องการ
"ดีมากน้องจ๋า เอาของน้องออกได้แล้ว ซี้ด..ดูสิของพี่มันปลิ้นออกมาเป็นยวงเลย ทีนี้มาให้พี่ดูของน้องบ้างสิ" เธอดึงท่อนเนื้อผมจนผมต้องขยับเอวตาม พอได้ที่เธอก็กระตุกมือรัวแล้วก้มลงไปเอาลิ้นละเลงที่หัวบาน ก่อนที่จะให้มัน มุดเข้าไปในปากช้าๆ ผมงี้ตาลายสั่นไปทั้งตัวด้วยความเสียวซ่านสยิว เมื่อเธอโยกปากรูดขึ้นรูดลงช้าบ้างเร็วบ้าง ผมบอกเธอว่าเสียวมาก เธอว่า "ถ้าเสียวเรามาเย่อกันเลยนะจ๊ะ เดี๋ยวพี่ขึ้นเย่อเอง" เธอเป็นคนขึ้นมาเย่อก่อนเลยครับ มาถึงก็นั่งคร่อมท่อนเนื้อกระดกเอวขึ้น แล้วจับมันเข้าไปจ่อที่ปากทางแล้วค่อยๆ กดร่องเสียวให้รูดงับท่อนเนื้อผม จนมิดทั้งด้าม ร่องเสียวเธอก็แน่นดีเหมือนกันครับ ตอนแรกผมก็คิดว่าคงจะหลวมน่าดู เพราะจากที่มือผมมันแทบเข้าไปได้ แต่พอของผมใส่เข้าไปก็รู้ว่าแน่นกว่าที่คิด เธอนั่งขยับตัวเข้ามาใกล้ผม แล้วเสยนมขึ้นมาให้ผมดูด เอวก็เริ่มโยกขึ้นลง เร็วขึ้นๆ "โอย..ซี้ด" เสียงครางของเธอมันสั่นสะท้านทรวงไปหมดเลยครับ ผมพลิกตัวให้เธอนอนหงาย แล้วจับขาเธอขึ้นมาข้างหนึ่ง แล้วเด้งอัดปับๆๆ เข้าไป เธอก็ไม่ยอมให้ผมทำฝ่ายเดียว เด้งเอวสู้กับผมไม่มีหยุด จากนั้นผมลากเอวเธอมาที่ขอบเตียง จับขาเธอห้อยลงมาแล้วแบะขาออก จากนั้นผมก็ลงไปยืนอยู่ที่หว่างขา แล้วเสยท่อนเนื้อแทงพรวดเข้าไปอย่างแรง เธอสะดุ้งร้องคราง ผมค่อยๆ ดันเข้าไป รูดออกอย่างช้าๆ พยายามให้เม็ดมันเสียดสีมากที่สุด เธอผงกหัวขึ้นมองลงไปที่หว่างขาของเธอ แล้วอ้าปากครางด้วยความเสียว "โอ้ย.. เนื้อพี่มันปลิ้นแล้วน้อง อูย..เสียวดีจัง" "ผมก็เสียวแล้วพี่ เร่งกระแทกเลยนะครับ" ผมกลั้นใจกัดฟันอีกครั้ง แล้วเร่งเอวกระแทกเข้าไปอย่างไม่ยั้ง โหนกของผมกระแทกกับโหนกของเธอ อย่างอร่อยที่สุดในชีวิตของผมจริงๆ พักเดียวเท่านั้นผมก็แทบตัวโก่งด้วยความเสียว เพราะร่องของเธอมันตอดเป็นระลอกๆ ผมก็เกร็งตัวกระแทกฝัง เข้าไปอีกครั้ง เนื้อตัวสะท้าน เกิดมาไม่เคยเย่อใครอร่อยเท่านี้มาก่อนเลยครับ คืนนั้นทั้งคืน เธออัดผมเสียน่วมไปเลยครับ นี่ขนาดผมเป็นฝ่ายสู้กับเธอด้วยนะครับ ถ้าผมนอนเฉยๆ คงแย่กว่านี้
จนกระทั่งวันหนึ่ง วันนั้นเป็นวันอาทิตย์เย็นมากแล้ว ผมกับน้าชายก็เริ่มลงมือเก็บเสื้อผ้าเข้าลัง ระหว่างนั้นน้าชาย ผมขอตัวไปซื้อน้ำมากิน ทิ้งให้ผมเก็บอยู่คนเดียว สักพักเธอคนนั้นก็เดินเข้ามาในร้าน พอเห็นหน้าเธอผมก็จำได้ทันที ดีใจมากเลยครับ ไม่รู้เป็นไงเหมือนกัน วันนั้นผมคิดว่าเธอจะมาซื้อเสื้อผ้า แต่เปล่าเธอมาคุยด้วยเท่านั้น เราสองคนคุยกันเรื่องเสื้อผ้านี่แหละ จนกระทั่งผมเก็บร้านเรียบร้อย น้าชายก็ยังไม่กลับ เธอถามผมว่า "ไปเที่ยวกับพี่มั้ย" "พี่จะพาผมไปไหนครับ" "ไปหรือเปล่าล่ะ ไม่พาไปขายหรอกน่า" "ไปสิครับ รอเดี๋ยวนะพี่ ผมบอกน้าผมก่อน" ตอนนั้นผมก็เริ่มรู้แล้ว ว่าหลังจากที่เราเที่ยวกันแล้ว ผมจะได้อะไรจากเธอคนนี้บ้าง มันก็น่าลองอยู่แล้วนี่ครับ ผมรีบเดินหาน้าชายผม พอเจอผมก็บอกว่าผมกลับก่อน จะไปเที่ยวกับเพื่อน น้าชายก็ไม่สงสัยอะไร ผมรีบกลับมาหาเธอ แล้วเธอก็พาผมมากินอาหาร จากนั้นก็มาต่อที่คอนโดของเธอเอง "ทำตัวตามสบายนะ พี่ว่าเธออาบน้ำก่อนดีกว่า ห้องน้ำอยู่ทางนี้จ้ะ" "แล้วพี่ไปอาบด้วยหรือครับ" เธอยิ้มเมื่อผมหยั่งเชิงไป "เดี๋ยวก่อนก็ได้" แล้วรีบดันผมเข้าห้องน้ำไปก่อน ตอนนั้นเนื้อตัวผมเต้นไปหมด แม้แต่ของผมมันก็จะบุกออกมามองหน้าเธอด้วย ไม่นึกเลย ว่าจะได้ฟันสวาทอย่างนี้ พอผมออกจากห้องน้ำ เธอก็เดินสวนเข้าไปอาบบ้าง สักพักก็ออกมา "พี่ว่าไปคุยกันที่เตียงดีกว่า" เธอเดินนำผมขึ้นไปบนเตียงนอน แล้วดึงผ้าเช็ดตัวโยนทิ้งไปที่ปลายเตียง แล้วล้มตัวลงไปนอนคว่ำหน้า ผมรีบตามขึ้นไปนั่งมองเรือนร่างเนื้อขาวเนียนไปทั้งตัว ก้นสองข้างยังเต่งตึงเป็นก้อนใหญ่ ผมมองลึกลงไปที่หว่างก้น เห็นขนอ่อนๆ แพลมออกมา "ช่วยจูบพี่หน่อยสิ" แล้วเธอเอาหน้าแนบไปกับที่นอนหลับตาพริ้ม เพื่อรอรอยจูบจากผม ผมยื่นหน้าเข้าไปที่ซอกคอ แล้วจูบไล่เรื่อยลงมาที่กลางหลัง จากนั้นก็ลงไปที่แก้มก้น ผมได้ยินเสียงเธอร้องคราง พอผมก้มลงไปจูบที่ร่องแยกของก้น เธอเด้งก้นขึ้น คงจะเสียวสยิว เท่าที่ผมใช้จมูกสูดกลิ่นดูนะครับ เธอเป็นผู้หญิงที่หอมไปทั้งตัว แม้แต่ตรงนั้นของเธอก็ยังหอมกรุ่นๆ ผมละลงไปที่ต้นขา แล้วไปปลายเท้า พอสิ้นตรงนั้นเธอก็พลิกตัวนอนหงาย แล้วถ่างขาออก
ตั้งแต่เกิดมาผมก็เพิ่งจะได้เห็นอะไรที่ผมเองไม่เคยเห็นอย่างนี้มาก่อน ชีวิตคนอื่นจะผ่านมาอย่างไรนั้น ผมไม่ สามารถรู้ได้ แต่สำหรับผม ซึ่งก็เคยผ่านมาหลายคนแล้ว แต่ผมไม่เคยเจอสิ่งที่ยิ่งใหญ่อย่างนี้เลย ที่หว่างขาของเธอ มันโล่นเลี่ยนเตียนโล่ง ฐานเนินเท่าที่ผมมองนั้น มันเริ่มต้นมาจากข้างเอวเลยครับ สองมือผมปิดไม่มิดจริงๆ กลีบสองข้างของเธอมันหนาอูมมาก ติ่งที่แพลมโผล่ออกมานั้น มันก็ใหญ่เท่ากับนิ้วก้อยผม คงจะคิดออกนะครับว่า ถ้ามองภาพรวมแล้วเธอจะยิ่งใหญ่ขนาดไหน มิน่าล่ะเวลาที่เธอมาซื้อเสื้อผ้าร้านผม เธอจะเอากางเกงตัวใหญ่ ผมจ้องมองเนินยักษ์ด้วยความตะลึงอยู่นาน จนเธอคงรำคาญ "จ้องมองอยู่นั่นแหละ เป็นไงจ๊ะ ของพี่ใหญ่หรือเปล่า" "ใหญ่ครับพี่" "ของเธอก็ใหญ่เหมือนกันนะ ดูสิหัวเป็นมันเลย เธอเคยใช้ลิ้นหรือเปล่า" "เคยครับ" "งั้นนอนลงสิ" ผมหงายหลังลงไปนอน เธอรีบลุกขี้นมาคร่อมหน้าผม แล้วทิ้งก้นลงมาที่ปากผม หน้าผมทั้งหน้าต้องบวกกับ หน้าคนอื่นอีกสักครึ่ง ถึงจะพอดีกับเนินสวาทของเธอ ผมละเลงเลยครับ ไม่เอาลิ้นอย่างเดียว เธอทำตัวสั่นเอวยึกยักๆ อยู่บนหน้าผม ด้วยความเสียวที่เจอกับการละเลงเค้กหม้อใหญ่ เมือกของเธอออกมาแยะมากครับ สักพักเธอก็เป็นคนลุก แล้วไปนั่งถ่างขา เอามือยันพื้นไว้ข้างหลัง "เอานิ้วแทงให้พี่หน่อยสิ" ผมรีบลุกขึ้นแล้วส่งนิ้วชี้เข้าไปรูดสามสี่ครั้ง เธอก็ให้ผมเพิ่มเป็นสามนิ้ว จากนั้นก็เป็นสี่นิ้ว "โอย.. ดีจัง ห้านิ้วไปเลยน้อง พี่อยากรู้ว่าหมดมือของน้องจะเข้าไป ได้หรือเปล่า" ผมก็บ้าไปกับเธอเหมือนกันครับ ห้านิ้วผมห่อเข้าหากัน แล้วดันเข้าไปมันก็คับแน่น แต่ก็ยังขยับเข้าไปได้เรื่อยๆ หน้าตาเธอเหยเก อ้าปากร้องครางด้วยความเสียว "ดันเข้ามาอีกน้อง ดันเข้ามาอีก" ห้านิ้วของผมดันเข้าไปจนหมดเลยครับ แต่เธอยังไม่พอใจ ให้ผมดันเข้าไปอีก ผมดันไปอีกครั้งมันก็ผลุบเข้าไปเกือบถึงข้อมือเลย มันแน่นตึงคับไปหมด ดูเธอสะใจเหลือเกินที่ผมทำได้อย่างที่เธอต้องการ
"ดีมากน้องจ๋า เอาของน้องออกได้แล้ว ซี้ด..ดูสิของพี่มันปลิ้นออกมาเป็นยวงเลย ทีนี้มาให้พี่ดูของน้องบ้างสิ" เธอดึงท่อนเนื้อผมจนผมต้องขยับเอวตาม พอได้ที่เธอก็กระตุกมือรัวแล้วก้มลงไปเอาลิ้นละเลงที่หัวบาน ก่อนที่จะให้มัน มุดเข้าไปในปากช้าๆ ผมงี้ตาลายสั่นไปทั้งตัวด้วยความเสียวซ่านสยิว เมื่อเธอโยกปากรูดขึ้นรูดลงช้าบ้างเร็วบ้าง ผมบอกเธอว่าเสียวมาก เธอว่า "ถ้าเสียวเรามาเย่อกันเลยนะจ๊ะ เดี๋ยวพี่ขึ้นเย่อเอง" เธอเป็นคนขึ้นมาเย่อก่อนเลยครับ มาถึงก็นั่งคร่อมท่อนเนื้อกระดกเอวขึ้น แล้วจับมันเข้าไปจ่อที่ปากทางแล้วค่อยๆ กดร่องเสียวให้รูดงับท่อนเนื้อผม จนมิดทั้งด้าม ร่องเสียวเธอก็แน่นดีเหมือนกันครับ ตอนแรกผมก็คิดว่าคงจะหลวมน่าดู เพราะจากที่มือผมมันแทบเข้าไปได้ แต่พอของผมใส่เข้าไปก็รู้ว่าแน่นกว่าที่คิด เธอนั่งขยับตัวเข้ามาใกล้ผม แล้วเสยนมขึ้นมาให้ผมดูด เอวก็เริ่มโยกขึ้นลง เร็วขึ้นๆ "โอย..ซี้ด" เสียงครางของเธอมันสั่นสะท้านทรวงไปหมดเลยครับ ผมพลิกตัวให้เธอนอนหงาย แล้วจับขาเธอขึ้นมาข้างหนึ่ง แล้วเด้งอัดปับๆๆ เข้าไป เธอก็ไม่ยอมให้ผมทำฝ่ายเดียว เด้งเอวสู้กับผมไม่มีหยุด จากนั้นผมลากเอวเธอมาที่ขอบเตียง จับขาเธอห้อยลงมาแล้วแบะขาออก จากนั้นผมก็ลงไปยืนอยู่ที่หว่างขา แล้วเสยท่อนเนื้อแทงพรวดเข้าไปอย่างแรง เธอสะดุ้งร้องคราง ผมค่อยๆ ดันเข้าไป รูดออกอย่างช้าๆ พยายามให้เม็ดมันเสียดสีมากที่สุด เธอผงกหัวขึ้นมองลงไปที่หว่างขาของเธอ แล้วอ้าปากครางด้วยความเสียว "โอ้ย.. เนื้อพี่มันปลิ้นแล้วน้อง อูย..เสียวดีจัง" "ผมก็เสียวแล้วพี่ เร่งกระแทกเลยนะครับ" ผมกลั้นใจกัดฟันอีกครั้ง แล้วเร่งเอวกระแทกเข้าไปอย่างไม่ยั้ง โหนกของผมกระแทกกับโหนกของเธอ อย่างอร่อยที่สุดในชีวิตของผมจริงๆ พักเดียวเท่านั้นผมก็แทบตัวโก่งด้วยความเสียว เพราะร่องของเธอมันตอดเป็นระลอกๆ ผมก็เกร็งตัวกระแทกฝัง เข้าไปอีกครั้ง เนื้อตัวสะท้าน เกิดมาไม่เคยเย่อใครอร่อยเท่านี้มาก่อนเลยครับ คืนนั้นทั้งคืน เธออัดผมเสียน่วมไปเลยครับ นี่ขนาดผมเป็นฝ่ายสู้กับเธอด้วยนะครับ ถ้าผมนอนเฉยๆ คงแย่กว่านี้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)